ขอบคุณนะค่ะพี่หมวย ที่เป็นตัวแทนน้องๆที่ไปร่วมงาน มาเล่าอะไรดีๆแบ่งปันให้กัน เหน่งขอเล่าเรื่องของห้องย่อยเรื่องการพัฒนาจิตจากการทำงานสุขภาพในชุมชน ห้องนี้มีผู้ร่วมเสวนา 3 ท่านได้แก่แพทย์หญิงทานทิพย์ ธำรงวรางกูร รพ.อุบลรัตน์ คุณวิมลนันท์ ทรัพย์วราชัย รพ.น้ำพองและคุณสัลมา ชูอ่อน รพ.กะพ้อ โดยมีดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ เป็นผู้สะท้อน จะเห็นว่าแต่ละท่านบนเวที ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่วงการสาธารณสุขรู้จักและยอมรับว่าทุกท่านสู้เพื่อชุมชนจริงๆ อย่างคุณหมอทานทิพย์ ซึ่งทำให้รพ.อุบลรัตน์ต้องรับแขกบ่อยมากทีเดียว ซึ่งเหน่งได้มีโอกาสคุยกับคุณหมอโกมาตรกับคุณหมอทานทิพย์บอกว่าเราเคยไปดูงานที่อุบลรัตน์มาเมื่อปีที่แล้ว คุณหมอโกมาตรเลยแซวว่า ถ้าใครไม่ไปดูงานที่อุบลรัตน์ก็เชยน่ะซิ ในห้องสัมนา คุณหมอทานทิพย์บอกพวกเราว่า เราต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ต้องรู้จักเรียนรู้จากคนอื่น เริ่มทำงานจากจุดแข็งของตนเองก่อน พยายามเรียนรู้และสรุปบทเรียนเป็นพักๆ ในส่วนของคุณวิมลนันท์(คุณฮอง) เกิดมาเพื่อเป็นพยาบาลของชุมชนจริงๆ คุณฮองทำงานชุมชนด้วยใจ ยอมลาออกจากการเป็นข้าราชการจากรพ.นครปฐมมาเป็นพยาบาลพันธ์ใหม่ที่รพ.น้ำพอง ในตำแหน่งลูกจ้าง เพราะอยู่นครปฐม ไม่ได้ทำงานชุมชนตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่เรียนพยาบาล คุณฮองบอกพวกเราว่า
"เราต้องรู้จักขอบคุณผู้ป่วย เพราะผู้ป่วยทำให้เรามีงาน แล้วจะทำให้เรารู้สึกดีกับผู้ป่วย"
"เราเป็นผู้ที่มีความรู้ เราต้องเป็นผู้ให้ ต้องเรียนรู้ที่จะรับฟังเค้า ต้องฟังให้เป็นและเรียนรู้คนอื่น อย่าคิดว่าตนเองเหนือกว่าคนอื่น"
ท้ายสุดคุณฮองได้กล่าวว่า "ชีวิตเราที่ผ่านมาคนไข้เยียวยาเรานะ สิ่งแวดล้อมรอบตัวเยียวยาเรา ไม่ใช่เราเยียวยาคนไข้อย่างเดียว เมื่อเราให้สิ่งที่ดีไป เค้ากลับมาเยียวยาเรา มันเกิดพลังสะท้อน"
ในส่วนของคุณสัลมา(คุณเอ็มม่า) จากรพ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เป็นพยาบาลที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ในตัวเมืองแต่อาสาไปอยู่ที่กะพ้อ ในพื้นที่เสี่ยงและห่างไกล เมื่อได้ลงไปทำงานชุมชนทำให้เห็นชีวิตคนไข้ทั้งชีวิตไม่ได้เห็นแค่เสี้ยวหนึ่งของชีวิตเหมือนตอนที่คนไข้นอนอยู่ที่โรงพยาบาล
จากที่ทั้ง 3 ท่านเล่าให้ฟังนั้น จะเห็นว่าทุกท่านทำงานด้วยการเริ่มจากใจที่รักในงานที่ทำ ทำแล้วมีความสุข ไม่ได้ทำเพื่อให้เวลาผ่านไปวันๆเท่านั้นเอง
ในวันที่สองของการประชุม ห้องย่อยที่ลงชื่อไว้เต็ม เรา 3 คน พี่เหน่ง น้องกุ้งและน้องแป๋ม ไปที่บูธของมูลนิธิ บราห์มา กุมารี ราชาโยคะ ครั้งแรกที่เดินผ่านก็สงสัยว่าเป็นบูธเกี่ยวกับอะไร เราก็สอบถามคุณพี่ที่อยู่ที่บูธ ซึ่งน่ารักมากดูแววตาแล้วรู้สึกอบอุ่นและอ่อนโยน ซึ่งเล่าให้ฟังว่าเป็นมหาวิทยาลัยทางจิตของโลก มีศูนย์อยู่ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วย นำเสนอความรู้ความเข้าใจด้านจิตวิญญาณ การฝึกสมาธิแบบราชาโยคะ ช่วยให้บุคคลเรียนรู้ที่จะเข้าใจตนเองซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตทางจิตวิญญาณ แล้วเราก็ได้ทำแบบทดสอบคุณธรรมนำชีวิต จากผลที่ทำทำให้พวกเรานำคุณธรรมที่ได้มาพิจารณากับตัวตนของแต่ละคน ทุกคนก็บอกว่า"เออ ใช่จริงๆ" ถ้าใครมีโอกาสนั่งรถคุณดอน ลองถามคุณดอนนะค่ะว่าคุณดอนได้คุณธรรมข้อใด.....