ต้องขอแจ้งก่อนว่ายังมิได้อ่านรายละเอียดทั้งหมด เพราะพิมพ์เต็มที่ เต็มหน้ากระดาษ เห็นตอนสรุปท้ายว่า.............. "ที่พิมพ์มาทั้งหมดทั้งปองอยากให้ครู อาจารย์ ได้เรียนรู้ และปรับกระบวนการ วิธีการ ทำโทษเด็กๆ ให้โอกาสเด็กๆมาเรียน และให้โอกาสเขาได้พูด อย่าตั้งกฏระเบียบมากจนกลายเป็นทำร้าย หรือทำลายอนาคตของเด็กบางคนไป" ......... จึงอยากจะออกความเห็นบ้างว่า ในสังคมหนึ่งๆ ใด ก็ต้องมีกฏ ระเบียบของสังคม เพื่อให้หน่วยต่างๆ ในสังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างความสุขตามอัตภาพ
เด็กที่ยกตัวอย่างนั้น อาจมีอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ก็มีเด็กอีกจำนวนหนึ่งอาศัยช่องโหว่ ความเมตตา กรุณา ปราณี ของครู อาจารย์ ในการที่จะกระทำการใดๆ เพื่อความสะดวกสบายของตน จากที่ประสบมา ในการลงโทษเด็ก ครู อาจารย์ ก็จะมีการสอบถามเหตุผลในการผิดกฎระเบียบนั้นๆ เพื่อการปรับบรรเทาบทลงโทษ อะลุ้มอะหล่วย การคาดโทษ หาก "เด็กไม่ค่อยพูดจากับใครเพราะคิดว่าตนเองยากจนต่ำด้อย" เมื่อไม่มีการพูดจาก เปิดใจซึ่งกันและกัน อีกฝ่ายหนึ่งจะเข้าใจได้อย่างไร? หากไม่รู้ทราบเบื้องหลังของผู้นั้น เหตุผลของการกระทำผิดกฎระเบียบนั้นๆ ในเบื้องต้นขณะนั้นครูอาจารย์ก็ต้องมีการทำโทษตามกฏระเบียบไปก่อน
จากที่ความเห็นข้างต้นประสบนั้น ก็ขอแจ้งประสบการณ์ที่เคยประสบเช่นกัน เด็กมาสาย มาพร้อมกับผ้าก๊อสปิดแผลหลายแห่ง ให้เหตุผลว่า รถมอเตอร์ไซค์ล้ม ได้รับบาดเจ็บ ทำให้มาสาย แต่จากการซักถาม สังเกตุ ขอดูแผล ก็พบว่า เด็กคนดังกล่าวปิดผ้าก๊อสไว้เฉยๆ โดยมิได้มีบาดแผลเลย เมื่อสืบสวน เด็กก็ยอมรับว่าตื่นสาย คิดว่ามาไม่ทันแน่จึงคิดแผนการดังกล่าว อุตส่าห์ไปซื้อผ้าก๊อส อุปกรณ์ต่างๆ มาสร้างสถานการณ์
จึงอยากแสดงความเห็นว่าในสังคมมีทั้งบุคคลที่ยากลำบากจริง บุคคลที่แกล้งยากลำบากเพื่อหวังความเห็นใจ เมตตาจากผู้คนรอบข้างเพื่อให้ตนเองสบายก็มี การบังคับใช้กฏระเบียบก็เพื่อให้สังคมโดยรวมได้รับรู้รับทราบถึงผลที่จะได้รับจากการกระทำ บางคนอาจคิดว่ามากเกินไป ทำมากเกินไป แต่ละสถานการณ์ก็ต้องมีการพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป ทั้งนี้ สถานการณ์ที่ครู อาจารย์ กระทำผิดก็มีมาก เพราะครู อาจารย์ก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา มาตรการกลั่นกรองการรับบุคคลต่างๆ มาเป็นครู อาจารย์ เมื่อเทียบกับปริมาณความต้องการ กำลังการผลิตครู อาจารย์ ผลตอบแทน กฏระเบียบควบคุมครู อาจารย์ฯลฯ ต่างมีผลกระทบต่อพฤติกรรมของครูอาจารย์ด้วย