ไม่มีปัญหา สบาย สบาย...

ข้าราชการ กับ "กรรมกร" ต่างกันมั๊ยเหรอ...?

ถ้าสมมติให้ต่างก็คงต่างกัน

ไม่ว่าจะเป็นอาชีพใด แม้แต่ใน "องค์กร" เดียวกัน

ถ้าอีกคนหนึ่งเป็น ข้าราชการ แล้วอีกคนหนึ่งเป็นเพียง "ลูกจ้าง" ก็ต่าง ๆ กันเพียง "กรรม"

กรรมคนหนึ่งเคยทำมา "ดี" เขาก็มีเกียรติ มียศ มีฐานะ มี "สวัสดิการ" ดีกว่าหน่อย

กรรมอีกคนหนึ่งทำมา "น้อย" เขาก็ต้องตั้งตา ตั้งตาคอย หมดเวร หมดกรรม

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องงานแล้ว ข้าราชการกับกรรมกรก็ไม่ต่างอะไรกัน ก็เพราะว่าต้อง "ทำงาน" เหมือนกัน

ข้าราชการที่ทำหน้าที่เป็นกรรมกรก็มี คือ ทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ ทุ่มเท เสียสละ "ทำงานด้วยมือ..."

กรรมกรที่เป็นข้าราชการมีไหม...?

มีนะ คนทำงานที่อุทิศหัวใจและร่างกายเพื่อประเทศชาติ ก็คือว่าเป็น "ข้าราชการ" เหมือนกัน

ข้าราชการเขาแปลว่าอะไรน๊า...? ตอนนี้รีบ ๆ คิดไม่ออก

เรื่องระบบราชการนี่คิดแล้วก็ "ปวดหัว...?"

แต่ว่าคิดไปคิดมาก็ได้ "ภาวนา" ดีเหมือนกัน

ทำงานในระบบราชการก็ดีอย่างได้ "ปฏิบัติธรรม" ทั้งวัน

ได้พิสูจน์นิยามของคำว่า "ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป..."

ข้าราชการไทยสั่นคลอนเพราะกลอนประโยคนี้มาก

แต่การสั่นคลอนนี่แหละเป็นการ "ภาวนา" ที่ดียิ่ง

การตั้งมั่น มั่นคง ไม่หวั่นไหว

การพิสูจน์แรงใจและ "ศรัทธา"

การตั้งหน้า ตั้งตา "ทำความดี"

การทำความดีที่ไม่หวัง "ผลตอบแทน"

ชื่อเสียง เกียรติยศ ที่ไม่มีก็สามารถปลด "โลกธรรม" ได้

โอกาสดีมาถึงแล้ว ขอให้นำระบบราชการนี้ "พิจารณา" ชีวิต

ชาตินี้เกิดมาเป็นข้าราชการแล้วก็อย่าให้เสียชาติเกิด ที่ได้อัตภาพอันประเสริฐเกิดมาเป็นมนุษย์และพบ "พระพุทธศาสนา..."

อยู่ในระบบราชการนั้นทุกข์มาก ก็ขอให้ใช้ทุกข์นั้นให้เกิดประโยชน์

ยิ่งทุกข์มาก ยิ่งมีโอกาส "พ้นทุกข์" มาก

คนติดสุขนี้แก้ยากกว่าคนติดทุกข์เสียอีก

ดีแล้วที่ข้าราชการนั้น "ทุกข์" จะได้สามารถนำความทุกข์มา "ภาวนา"

ภาวนามาก ๆ นะ ภาวนามาก ๆ จะได้ "บารมี" อันองอาจในการ "ทำงาน..."