หายเศร้าแล้ว มาถอดบทเรียนต่ออีกหน่อย
เราได้อ่านย้อนไปในบันทึก ก้าวแรกของ "Digital KM" ของท่านอาจารย์ ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ ในประโยคที่ท่านพูดถึง Digital KM ที่ว่า
"องค์กรและบุคลากร"
โดยเรื่องรูปแบบองค์กรนั้น ห้องปฎิบัติการ UsableLabs จะยกระดับเป็น "ศูนย์วิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อพัฒนาสังคม"
ประโยคนี้ "ศูนย์วิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อพัฒนาสังคม"เป็น Goal เป็นเป้าหมาย เป็นสิ่งที่เราอยากจะให้มีให้เป็น
และในประโยคนี้ "ศูนย์วิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อพัฒนาสังคม" เราเองสามารถตีความออกได้เป็น 2 ส่วน (ถ้าผิดก็ขออภัย) คือ ในส่วนของการพัฒนาซอฟต์แวร์ และส่วนของการพัฒนาสังคม
ทั้งสองส่วนนี้จะต้องเชื่อมโยง ประสาน "พึ่งพา" ซึ่งกันและกัน
ส่วนที่หนึ่ง ศูนย์วิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นส่วนที่จัดสร้าง "ระบบ" ให้เรา "สมาชิก G2K" ได้ใช้ ได้มี "เวที" เพื่อพัฒนาสังคม
ส่วนที่สอง การพัฒนาสังคม ตาม Model ที่เราเข้าใจ สังคมนี้จะพัฒนาได้ด้วย "ความรู้" G2K จึงจัดสร้างขึ้นเพื่อ "สร้างเกลียวความรู้" เกลียวความรู้จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการ "แลกเปลี่ยนเรียนรู้" จากผู้รู้และโดยเฉพาะ "ผู้ไม่รู้"
ในส่วนที่หนึ่งทีมงานของท่าน ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ นั้นทำดีมาก ๆ อยู่แล้ว
แต่ตอนนี้ปัญหาเรื่องของการ "พัฒนาสังคม" นั้นมันติดอยู่ที่พวกเรา ที่เราไม่สามารถ "ควั้นเกลียวดความรู้" ได้
เพราะทำไมน่ะหรือ...?
ก็เพราะว่าเราไม่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ เราไม่เปิดใจรับความรู้ความเห็นซึ่งกันและกัน
ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ในวงวิชาการไทยมานานแสนนาน
เมื่อก่อนนี้เราต้องเข้าในเวที ต้องเข้าไปนั่งในห้องประชุม Face to Face ตาต่อตา ฟันต่อฟัน นักวิชาการไทยไม่เถียงกันอยู่แล้ว หรือเถียงกันก็จัดเข้าขั้นว่า "ทะเลาะกัน" วงการวิชาการไทยถึงไม่ "เจริญ"
หรือถ้าเวทีไหน "เจ๋ง ๆ" หน่อย คือมี "คุณอำนวย" เก่ง ๆ ก็จะสามารถ "รีด" ความรู้จากการถกเถียงนั้นออกมาเป็น "องค์ความรู้" ที่มี "เกลียว" อยู่อย่างมากมาย
แต่ทว่าการจัดเวทีแต่ละครั้งนั้น ต้องใช้งบประมาณ ค่าสถานที่ ค่าเดินทาง ค่าเบี้ยเลี้ยงมากมาย
เวทีเสมือน G2K แห่งนี้จึงเป็นที่ที่จะทำให้นักวิชาการทั่วโลกและทั่วประเทศไทยสามารถเข้ามาใช้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ทุกวัน ทุกเวลา
แต่ว่า... เราไม่ค่อยจะกล้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเท่าไหร่
คนที่กล้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คนเขียนเรื่อง (ผู้เขียนบันทึก) ก็มีอัตตาตัวตนสูง ไม่แลกเปลียนเรียนรู้ด้วย เขาแสดงความคิดเห็นอะไรมาก็ไม่ฟัง ไม่ต่อยอด ไม่ขั้นเกลียว
คนไม่กล้านั้นก็เพราะว่ากลัวเสียชื่อ เสียหน้า เสียเกียรติ กลัวคนอื่นไม่รัก กลัวสังคมไม่เข้าใจ การพัฒนาสังคมสี่ปีที่ผ่านมานี้จึงก้าวไปอย่างเชื่องช้า
สี่ปีแล้วที่เรามีแต่คำ "ป้อยอ" ให้แก่กัน ปีที่ต่อไปจากนี้นั้นน่าจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างแท้จริง
เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั้น "มีคุณค่า" มากนะ ผู้เขียนและผู้แสดงความคิดเห็นต้องเปิดใจให้กว้าง เพื่อที่จะพัฒนาความรู้ให้ "กว้างขวาง" ซึ่งจะสามารถนำความรู้ที่ได้นั้นไป "พัฒนาสังคม..."
ในส่วนของเรา เราต้องการให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างเต็มที่ ระบบที่ดีย่อมทำให้มีผู้เข้ามาใช้เวทีนี้เยอะ
คนเยอะ ความรู้ก็เยอะ
ความรู้ทุก "อณู" มีคุณค่า
ขอให้ "รักษา" ความรู้ที่กลั่นออกมาจาก "กูรู" ทั้งหลายใน G2K นี้ไว้ แล้วสังคมไทยจะ "พัฒนา..."