เรียนท่านอาจารย์Prof. Vicharn Panich ที่เคารพ
- สถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งได้มีโครงการความร่วมมือทางวิชาการกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ผลตามเจตนาของกรมฯ
- เหตุสำคัญอยู่ที่สถาบันเหล่านั้นยังยึดติดอยู่กับลักษณะของการจัดการศึกษาที่ตนคุ้นเคย เป็นการจัดการศึกษาที่ยึดรูปแบบชั้นเรียน การบรรยาย การเขียนรายงาน และการรายงานหน้าชั้น
- เป็นการเรียนการสอนที่เน้นความรู้ประเภท Explicit Knowledge
- ซึ่งผู้เรียน โดยเฉพาะผู้เรียนที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นไม่ถนัด อีกทั้งเนื้อหาสาระที่หยิบขึ้นมาเพื่อเรียนรู้กันค่อนข้างลอยอยู่เหนือความเป็นจริงในชีวิตและในชุมชนที่พวกเขาเผชิญอยู่
- ทั้งนี้เพราะสถาบัน และผู้สอนไม่รู้จักผู้เรียน และไม่รู้จักชุมชนที่ตนให้บริการการศึกษาเขา
- ผู้เรียนจึงเกิดความเบื่อหน่าย และไม่สนใจที่จะเรียนรู้
- ทางสถาบันและผู้สอนไม่ได้มองมาที่ตนเอง เชื่อว่าวิธีการที่ทำอยู่นั้นเหมาะสมแล้ว แต่กลับมองว่าผู้เรียนอ่อน ขาดพื้นฐาน หรือขาดอะไรต่อมิอะไรที่จะเรียนในระดับบัณฑิตศึกษา
- จึงเกิดการจัดหลักสูตรแบบผ่อนปรนความยาก ซึ่งในทางปฏิบัติกลายเป็นว่าแทบไม่ได้เรียนรู้อะไรที่ควรจะได้เรียนรู้กันเลย ที่อันตรายก็คือ ผู้เรียนได้เรียนรู้เจตคติผิด ๆในเรื่องการศึกษาเล่าเรียนและอื่น ๆไปโดยไม่รู้ตัว
- ที่จัดอยู่ผมเห็นว่าเสียมากกว่าดี เรื่อง ได้ network ในสังคมหรือในชุมชน ไม่ได้แน่ ๆ เพราะมันถูกทำลายในท่ามกลางบรรยากาศขของการเรียนการสอนเสียแล้ว
- แต่เชื่อว่ายังไม่มีสถาบันไหน ตอบคำถาม สำหรับโจทย์ที่อาจารย์ตั้งได้
- ณ วันนี้ ผู้นำท้องถิ่น และนักการเมืองท้องถิ่นได้ผ่านหลักสูตรแบบที่ว่านี้เป็นจำนวนมาก ยังไม่รู้เลยว่าหลักสูตรที่อาจารย์เรียกว่าแบบผ่อนปรนความยาก ก่อให้เกิดปัญหาอะไรขึ้นในคน ในชุมชน หรือในสังคมอีกบ้าง ผมว่านี่ก็เป็นโจทย์อีกโจทย์หนึ่งที่ควรติดตามไปดู
- ผมว่าสถาบันต่าง ๆ ยังไม่มีใครคิดโจทย์แบบอาจารย์ และโจทย์ที่อาจารย์ตั้งนี้ไม่แน่ใจว่าเมื่อไรเขาจะได้รับรู้ เกรงว่ากว่าจะไหวตัวกัน มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต จากหลักสูตรแบบผ่อนปรนความยาก จะเต็มบ้านเต็มเมืองเสียก่อน น่ะครับ
paaoobtong
08/09/52
14/19