ยินดีด้วยครับ เริ่มต้นยกระดับง่ายๆ โดยมีโครงสร้างของการวิเคราะห์สัก ๓ ส่วนครับ คือ (๑) What (๒) Why (๓) How โดยเวลากล่าวถึงสิ่งใด ก็วิเคราะห์และแสดงเนื้อหาให้ได้อย่างน้อยสัก ๓ เรื่อง คือ ... (๑) ความรู้และการวิเคราะห์เพื่อตอบคำถามแบบ Whatจะเป็นความรู้แบบบันทึกและพรรณาเพื่อแสดงรายละเอียดว่าอะไรเป็นอะไร ที่ภาษาการวิจัยเรียกว่า Descriptive method การกล่าวถึงสิ่งต่างๆของคนทั่วไปมักทำได้แต่เฉพาะด้านนี้ แต่ถ้าหากเราสามารถวิเคราะห์และตอบคำถามอีกสองเรื่องเพิ่มขึ้นมาให้ได้จากข้อมูลสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน ว่า (๒) Why และ (๓) How ก็จะทำให้เรื่องธรรมดาๆเล็กๆน้อยๆมีความหมายขึ้นมาอีกหลายมิติ ทำให้ได้ความรู้ที่ดีสำหรับการเรียนรู้ของสังคมมากยิ่งๆขึ้นครับ
การวิเคราะห์เพื่อสร้างความรู้ เพื่อตอบคำถามแบบ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น หรือ Why จะทำให้เกิดความรู้ระดับที่เป็นนามธรรมมากขึ้น ความรู้แบบนามธรรมนี้ เห็นได้ยากกว่าตัวกิจกรรมและสิ่งของที่เราสัมผัสได้ง่ายๆ เป็นด้านที่เราต้องเห็นด้วยความรู้และตัวปัญญา เช่น (สมมุติขึ้นเป็นตัวอย่างนะครับ) การรวบรวมการเล่นกระโดดเชือก ของเด็กหญิงให้เห็นทุกแง่มุม อย่างนี้ตอบคำถาม What มองดูก็เห็นและเล่าแจกแจงรายละเอียดได้ง่าย แต่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ
พอเสร็จแล้ว ก็วิเคราะห์ผนวกเข้ากับการวิเคราะห์บริบทของชุมชน ว่าทำไมจึงเป็นที่นิยมมากกว่าการซื้อตุ๊กตามาเล่น ก็จะเห็นความแตกต่างว่า ตุ๊กตาสามารถเล่นคนเดียวอยู่ในบ้านและก่อรูปความเป็นอัตตาที่แยกส่วนของเด็กสูง ในขณะที่การกระโดดเชือก ต้องเล่นหลายคน สร้างวัฒนธรรมการรวมกลุ่ม และเป็นเบ้าหลอมทักษะการอยู่ร่วมกันกับคนอื่น ทำให้พอสรุปเหตุผลได้จากตรงนี้ได้ว่า เหตุผลเบื้องหลังของการเล่นคือ...สภาพแวดล้อมของด็กยังมีความเป็นชุมชน และเด็กๆต้องเรียนรู้ในการปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ทำให้สนุกและเลือกการเล่นกระโดดเชือกได้มากกว่าการเล่นตุ๊กตาและของเล่นสมัยใหม่...การวิเคราะห์และสรุปได้ความรู้อย่างนี้เป็นการตอบคำถาม Why ทำให้เห็นเหตุผลและวิถีคิดของมนุษย์ภายใต้ปรากฏการณ์ทางสังคมต่างๆ ว่าทำไม สิ่งนั้นจึงเกิดขึ้น ดำรงอยู่ และเปลี่ยนแปลงไปอย่างนั้น ครับ
เรื่องกิจกรรมการเล่นเล็กๆ ก็เริ่มสะท้อนโลกและมีพลังการอธิบายโลกรอบข้างได้เป็นอย่างดีมากขึ้น เราจึงสามารถเปิดเข้าสู่การสร้างความรู้เพื่อเข้าใจในเรื่องต่างๆได้อีกรอบด้าน เท่าที่เราจะทำ
แล้วไง ?....เราก็ควรจะเกิดคำถาม เช่นเดียวกับคนอื่นๆที่เขามาศึกษาด้วยก็อยากถามว่าแล้วไง รู้แล้วได้อะไรขึ้นมา รู้แล้วชุมชนได้อะไรขึ้นมานอกจากอนุรักษ์รกรุงรังไปเปล่าๆ....อย่างนี้ต้องสร้างความรู้เพื่อตอบคำถามอีกสักเล็กน้อยว่า แล้วไง... How
การสร้างความรู้และหาแนวคิดเพื่อตอบคำถามแบบ How นั้น เราก็ควรจะวิเคราะห์และนำเสนอโอกาสการพัฒนาต่ออีกมิติหนึ่ง เช่น ต่อจากตัวอย่างเดิม....การเล่นแบบเป็นกลุ่มของเด็ก จะให้ประสบการณ์แก่เด็กในสิ่งที่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของคนอื่นไม่ได้หลายอย่าง ต้องได้จากการเล่นเป็นกลุ่มกับคนอื่นเท่านั้น ดังนั้น หน่วยงาน รวมไปจนถึงครอบครัว จึงควรพัฒนาปัจจัยส่งเสริมการเล่นกระโดดเชือกของเด็กๆ มีการจัดเวลาและสอดแทรกให้เด็กมีโอกาสได้เล่นในโรงเรียน ในชุมชนควรมีสถานที่และลานกว้างที่คำนึงถึงการเล่นของเด็กๆ
ทำอย่างนี้เล็กๆน้อยๆ ก็จะทำให้เรื่องราวรอบตัวมีความหมายและได้คุณค่าใหม่ๆขึ้นมาอีกมากมายครับ
ใช้การวาดรูป ถ่ายภาพ รวมกลุ่มคุย ฝึกทักษะการคุยและการฟังแก่ชาวบ้านและเด็กๆ เหล่านี้ ก็จะได้ทั้งวิจัยและเกิดกระบวนการสร้างคนได้มากมายทุกที่ที่เราไปและทำอย่างนี้ครับ
ขอให้มีความสำเร็จและสนุกกับการทำงานเสมอครับ
ทันใช้ไม้แก้งก้นด้วยหรือครับ ดีใจจังเลยครับ ที่ทำให้คนต่างจังหวัดได้มาคุยถึงประสบการณ์และสภาพชนบทของบ้านนอกด้วยกันอย่างมีความสุข