ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูล
ปิดเทอมนี้สงสัยต้องจัดทริป ดูนาพากินกุ้ง ซะแล้ว 555
เมื่อเดือนที่แล้ว บังเอิญว่าได้เป็นวิทยากรรับเชิญให้กับน้องๆ ป.ตรี คณะทรัพยากรธรรมชาติ มอ.เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจการเกษตร คุยไปคุยมา ก็ได้ไอเดียโดยบังเอิญแล้วก็เลยได้โอกาสบอกกล่าวให้พวกน้องเค้าฟังเพื่อใครขะนำไปขยายผลต่อ
ไอเดียที่ว่าก็คือ การนำธุรกิจการท่องเที่ยวมาผสมรวมกับการเกษตร หลักๆก็คือ เกษตรกรส่วนใหญ่ก็ต้องมีที่ทำกินระดับ 10 ไร่ขึ้นไปอยู่แล้ว เจียดๆมาซัก 1-2 ไร่มาทำที่พักที่มีมาตรฐาน ความสะอาดและ ปลอดภัย ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ให้มาสัมผัสกับบรรยากาศของการทำเกษตร ใครมีนาข้าวก็พานักท่องเที่ยวไปปลูกข้าว เกี่ยวข้าว และอื่นๆกิจกรรมเกี่ยวกับข้าว หรือแม้แต่ ทำตัวสบายๆนอนพึ่งพุงแบบชาวนาก็ได้
ใครมีสวนยางก็พานักท่องเที่ยวเข้าสวนกรีดยาง พาเด็กๆเก็บลูกยาง มาเล่นต่อยลูกยางให้เจ็บมือเล่นๆ หรือทอยงูกินหางกัน
ใครมีนากุ้ง ก็เหมือนกัน กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดไปจนถึงจัด PRAWN BUFFET มื้อเย็นก็ยังได้เลย
เพราะผมเชื่อว่ามีผู้บริโภคอย่างเราๆนี้แหละ รู้จักต้นข้าว ต้นยาง และกุ้งจากตำราเรียนและในตลาดเท่านั้น ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นมายังไง และพวกเค้าก็น่าจะอยากทำความรู้จักด้วย
ยกตัวอย่างเช่น ผู้นำเข้าญี่ปุ่น ถ้าเค้ามีโอกาส เค้าน่าจะชอบที่จะไปพักผ่อน ในนากุ้ง ดูวิถีชาวนากุ้ง ที่เค้าไม่เคยพบเคยเห็นในญี่ปุ่น เค้ารู้จักแต่ ตัวกุ้ง เท่านั้น (ไม่รู้ว่ารู้จักน้องกุ้งหรือเปล่า???)
การที่ผู้บริโภคได้สัมผัสวิถีของธรรมชาติ สัมผัสถึงความเป็นอยู่ของเกษตรกร ผู้เป็นรากฐานของสังคมไทยและเศรษฐกิจไทย จะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย ตามหลักปรัชญาที่ว่า เอาใจเขามาใส่ใจเรา
ถ้าพี่อ้นมีโอกาสลองพูดคุยไอเดียนี้กับชาวนากุ้งดูหน่ะครับ เผื่อมีคนสนใจ ไม่สงวนลิขสิทธ์ของไอเดียครับ