สวัสดียามเย็นค่ะ....
ป้าอ้นขอบคุณมากสำหรับความคิดเห็นอันก่อให้เกิดกำลังใจขึ้นอีกโข...สงสัยจะต้องจัดทริปพาเด็ก ๆ ไปดูนาพากินกุ้งซะแล้วซิ...แต่ห้ามลงไปเล่นน้ำนะคะ..
ป้าอ้นขอตอบคำถามแต่ละประเด็นเลยนะคะ
1) การจับแบบ partial
ปรกติในการเลี้ยงเราจะนับจำนวนลูกกุ้งที่ปล่อยลงในบ่อเป็นจำนวนตัวต่อตารางเมตรคะ กุ้งขาวมีความทนทานกว่ากุ้งกุลาดำ ดังนั้นจำนวนตัวต่อตารางเมตรจึงสูงกว่า แต่เขาก็มีข้อกำหนดนะคะว่าไม่ควรเกินเท่าไหร่ เพื่อผลการเลี้ยงที่ดี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเค็มของน้ำ และ เทคนิค (เทคนิคอีกแล้วแต่เป็นความจริง) ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นกุ้งกุลาดำอาจเลี้ยงประมาณ 40-50 ตัว/ตรม. แต่ถ้าเป็นกุ้งขาวเขาอาจจะเริ่มที่ 80-120เชียวคะ ดังนั้นเมื่อเลี้ยงได้สักระยะ ก็ต้องจับบางส่วนเพื่อลดความหนาแน่น แล้วเลี้ยงส่วนที่เหลือต่อไป ส่วนเรื่องขนาดไม่มีโอกาสเลือกแน่นอนคะ แต่ด้วยการพัฒนาสายพันธุ์ ขนาดมักจะสม่ำเสมอคะ แต่ก็มีเล็กใหญ่ในช่วงแคบ ๆ ซึ่งเราก็ต้องมาคัดขนาดกันหลังจับคะ
2)กุ้งกุลาดำก็ยังคงเลี้ยงกันอยู่บ้างนะคะแต่สัดส่วนน้อยมาก อาจจะน้อยกว่าร้อยละ10 สำหรับในบ้านเรา แต่ที่อื่นยังเยอะอยู่คะโดยเฉพาะ เวียตนาม และ อินโดนีเซีย
3)ในบ้านเรามีการเพาะลูกกุ้งขาวเองมาหลายปีแล้วคะ ซึ่งส่วนใหญ่เพาะจากพ่อแม่พันธุ์นำเข้า แต่การวิจัยเพื่อเพาะพ่อแม่พันธุ์ในบ้านเราเองก็มีด้วยนะคะ แล้วไว้วันหลังป้าอ้นจะเล่าต่อในเรื่องนี้คะ
4)อืม...ดำ หรือ ขาว อะไรอร่อยกว่ากันนะ ว่ากันตามตลาดต่างประเทศตอนช่วงแรก ๆ กว่าบ้านเราจะผลักดันกุ้งขาวไปแทนกุ้งดำได้ก็หืดขึ้นคอที่เดียวละคะ แต่ประเด็นหลักกลับเป็นเรื่องสีสรรนะคะ รสชาดอาจมีผลบ้างคะ แต่ถ้าถามป้า ป้าว่าอร่อยกันไปคนละแบบคะ แต่ความเห็นอันนี้ใช้เป็นแนวไม่ได้นะคะเพราะป้าเป็นประเภทลิ้นจรเข้คะ...