สวัสดีค่ะพี่ชาย
- ได้อ่านทุกๆบันทึกใน ดังลมหายใจ ของพี่ชายแล้วค่ะ ขอหลบมาไว้ในบันทึกนี้แล้วกันนะคะ
- ตื้นตันใจกับเรื่องราวชีวิตในอดีต ที่พ่อกับแม่ช่วยกันฝันฝ่าอุปสรรค เลี้ยงพวกเรามา จนเราเป็นเราในทุกวันนี้
- ขอยืมคำพูดของคุณเอกมาใช้หน่อยนะคะ ถ้าไม่มีวันนั้นก็คงไม่มีเราวันนี้
- ชีวิตเด็กบ้านนอกของพี่ชายกับน้องไม่แตกต่างกันเลยค่ะ ความยากจน สอนให้เราอดทน มุมานะ มุ่งมั่นที่จะทำสิ่งใดๆ ความคิดความหวังต่างๆ ให้สำเร็จด้วยตัวของเราเอง มากกว่าที่จะรอความช่วยเหลือ หรือพึ่งพาคนอื่น
- ในสมัยเรียน สนิทกับแม่ เพราะเวลาที่มีประชุมแม่ต้องไปค้างคืนที่หอพัก สมัยนั้นการเดินทางไม่สะดวกจะไปไหมมาไหน ก็เล่นเดินทางกันครึ่งวันค่อนวัน แม่ไม่เคยขาดการประชุมผู้ปกครองเลย ท่านสนใจเอาใจใส่เรื่องการเรียนของลูกๆของท่านทุกคน และคงไปเยี่ยมเยียนลูกๆด้วยกระมัง ทราบว่าเรียนสายอาชีพกันทุกคนเลยใช่ไหม่คะ ทั้งเทคนิคและอาชีวะ ส่วนพ่อ น้องได้พูดคุยตอนไปเที่ยวบ้านที่หนองบัว เพราะด้วยภาระหน้าที่ของความเป็นครู ท่านจึงไม่ค่อยได้ไปประชุมผู้ปกครอง นอกจากตรงกับวันหยุดราชการ
- พวกเราไปเฮฮากันที่หอพักอ้วน ซึ่งอยู่หน้าวิทยาลัย เวลาแม่ไปหาก็จะมีของฝากไปให้ลูกๆด้วย โดยเฉพาะน้ำพริกผักสดกับข้าวหลาม น้ำพริกของแม่อร่อยมากค่ะ แต่เผ็ดชะมัดเลยค่ะ( สงสัยกลัวเปลืองมั้งคะ ถ้าไม่เผ็ดจะหมดเร็ว เลยหาอุบายให้กินน้อยๆ..อิอิ..) แม่ตำน้ำพริกใส่ขวดโหลให้ไว้กินได้หลายวัน ประหยัดดีค่ะ
- สงกรานต์ปีนี้เรานั่งคุยกันจนค่ำ ล้วนแต่เป็นเรื่องราวในอดีตที่เป็นความทรงจำดีๆทั้งนั้นค่ะ แถมด้วยเรื่องเล่าตลกๆ เพื่อน(คนผมสั้น)จะไปเรียนที่พระนครใต้ ไปสมัครวันสุดท้ายแต่คนนำทางพาไปพระนครเหนือ ขำขำ..ค่ะ น้องสาวของพี่เขาใฝ่ฝันที่จะเป็นนางฟ้ารักษาคนไข้ ชีวิตผกผันให้ได้เรียนและทำงานอีกอย่างหนึ่ง แต่ก็มีใจรัก นอกเหนือจากเงินเดือนแล้ว ยังมีรายได้จากเก็บผลผลิตในสวน วันที่ไปเที่ยวสวนชัยนาท คนเฝ้าสวนเล่าให้ฟังว่าช่วงนั้นเก็บมะนาวขายส่งได้ลูกละ 4 - 7บาท เก็บเป็นคันรถเลย ถ้าทำให้มะนาวออกนอกฤดูได้คงจะดีไม่น้อย ไม่นานน้องสาวของพี่คงเป็นเสือนอนกินแน่ๆเลยค่ะ
- ณ เวลานี้ น้องสาวของพี่และหลานๆคงได้เข้ามาอ่านบันทึกของพี่ชาย และรับรู้เรื่องราวของครอบครัวที่อบอุ่น ได้รับน้ำรักจากพ่อแม่มาตั้งแต่อดีตแล้วนะคะ