สวัสดีครับคุณ lee โดยการักษาหลักเพื่อการหายขาดของมะเร็งตับ(hepatoma) หรือ มะเร็งท่อน้ำดี(cholangioCA) คล้ายกันคือ การผ่าตัดครับ โดยจะทำในรายที่เป็นระยะต้น ๆ ฟังจากที่เล่ามา..."อาการดูแย่มาก" เราควรปรับเป้าหมายจากการหายขาดมาเป็น "รักษาเพื่อให้คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด"
1.อาการทางกายอะไรที่ทำให้คุณแม่ทุกข์มากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น
ถ้าปวด-อาจปรับยาลดปวด
ถ้าตัวเหลืองมาก-ในรายที่เป็นมะเร็งท่อน้ำดี (cholangioCA) อาจปรึกษาทำศัลยกรรมเจาะระบายท่อน้ำดี(ทำได้ใน รพ. ใหญ่ แต่ก็มีความเสี่ยงในการผ่าตัด+เลือดออก)ผลดีคือลดตัวเหลือง+ลดการติดเชื้อท่อน้ำดีอักเสบ แต่ไม่ได้ทำให้หายขาด+เจ็บตัว+ต้องทำแผล และไม่ทำให้อายุยืนยาวขึ้น เป็นต้น
แต่โดยรวมแล้ว : เป็นไปเพื่อให้คนไข้ไม่ทุกข์ทรมานมากนัก..ไม่ใช่เพื่อการยื้อชีวิตให้ยาวนานขึ้นแต่ทุกข์มากขึ้น
ผมเห็นว่าควรปรึกษากับแพทย์เจ้าของไข้เพื่อบอกถึงทางเลือกต่าง ๆ
2.ให้การดูแลทางด้านจิตใจ
ผมคิดว่าน่าจะสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการดูแลกาย...ครอบครัวมีส่วนสำคัญอย่างมาก
3.ควรบอกคุณแม่เป็นมะเร็งหรือไม่?
ต้องดูว่าคุณแม่เป็นคนอย่างไรพร้อมหรือไม่ที่จะรับข่าวนี้
การปิดบังการวินิจฉัย...อาจทำให้คนไข้เข้าใจผิด นึกว่าอาจมีโอกาสหาย ทำให้ไม่ได้ใช้เวลาที่เหลือน้อยไปกับการรักษาที่ไม่จำเป็นแทนที่จะ ใช้เวลาที่เหลือ..จัดการภาระที่คั่งข้าง-จัดการสิ่งค้างคาใจ-แก้ไขความสัมพันธ์ที่มีปัญหา-คืนดีกับครอบครัว
การบอก....บอกเท่าที่เขาอยากรู้-บอกอย่างนุ่มนวล-ค่อยเป็นค่อยไป
สุดท้ายลองตัดสินใจกันดูนะครับว่าจะบอกหรือไม่...และบอกอย่างไร...ใครจะเป็นคนบอก
4.การจัดการสิ่งค้างคาใจ
คนไข้มักมีเรื่องห่วง เรื่องค้างคาใจ สิ่งที่ยังทำไม่เสร็จ...ควรช่วยคนไข้ค่อน ๆ จัดการ
5.น้อมนำใจให้สงบ ระลึกความดีที่เคยทำมา-เคยดูแลเรามาอย่างไรบอกท่าน-ท่านเป็นคนดีอย่างไรบอกท่าน-เรารักท่านแค่ไหนบอกท่าน
การกอดสัมผัสช่วยได้มาก...การใช้ศาสนาหรือสิ่งที่คนไข้ยึดเหนี่ยวเป็นสิ่งที่เป็นทางเลือก
6.หากถึงเวลาที่ใกล้จะจากไป..อย่างสงบ
สำคัญมากครับ เพราะจิตสุดท้ายหากคงความเป็นกุศลจิตได้...ก็จะจากไปอย่างสงบ การใส่ท่อช่วยหายใจหรือปั้มหัวใจอาจต้องคุยกันในหมู่ญาติว่าจะเหมาะสมหรือไม่
สุดท้ายนี้ขอให้พี่ช่วยคุณยายให้ผ่านพ้นความทุกข์ทรมานไปให้ได้นะครับ