เรื่องนี้เราได้หยิบมาทำ CQI ในหน่วยงานเพราะถ้าเกิดปัญหาก็ไม่งามนักทั้งแม่และลูก..เลยคิดเป็น
1.แนวทางการคัดกรองในกรณีที่พยาบาลไม่อยู่ประจำคลินิค
2.ออกกำลังกายอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งแม่ลูก
แรกเลยเราก็คุยกันกับมานพ ..เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์การกีฬาว่าท่าในการออกกำลังกายที่ได้มาจากกรมฯนั้น ทำไม มีบางท่าไม่ให้หญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์เกิน 6 เดือนไปแล้วทำ ทั้งๆที่ท่าก็ดูง่ายๆ กว่าบางท่าที่ให้ทำด้วย...แล้วก็ปรึกษาต่อว่าการ cool down ซึ่งในซีดีไม่ได้สาธิตแต่ให้คำแนะนำว่าให้ใช้การเกร็งคลายกล้ามเนื้อแต่ละส่วน ซึ่งพอคุยกับสาวๆแผนกฝากครรภ์บอกว่าในหญิงตั้งครรภ์นั้นไม่ควรมีการเกร็งบ่อยๆ เพราะขณะเกร็งจะกลั้นหายใจ...มานพก็เลยแนะนำให้ว่า"ขณะเกร็งให้หญิงตั้งครรภ์ออกเสียงนับ 1-5 ไปด้วย จะได้ไม่กลั้นหายใจ "
เจอปัญหาจากกระบวนการคัดกรอง เพราะคนคัดกรองจริงๆแล้วไม่ใช่พยาบาล เป็นน้องพี่เลี้ยงเด็ก น้องจำไม่ได้ว่าใครควรงดออกกำลังกายบ้าง...เลยตกลงกันว่า งานฝากครรภ์จะเขียนระบุไว้ให้ในใบนัดว่า "งดออกกำลังกาย" แถมอีกที่คือในใบตรวจครรภ์ก็จะเขียนไว้ด้วยเช่นกัน แล้วทำโปสเตอร์ให้ทบทวน 8 ข้อหลักที่งดออกกำลังกายให้เห็นชัดเจน.......ก็ดีขึ้นคะ แต่ยังบางรายที่หลุดมา เพราะภาวะเร่งรีบของเจ้าหน้าที่ที่ไปคัดกรอง ก็ใช้ระบบตรวจสอบอีก 1 รอบก่อนเริ่มกิจกรรม ..อ่านทวน 8 ข้อข้างต้น...ก็ไม่พบปัยหาอีก
แต่เราไม่อยากให้พลาดหลุดมาถึงต้องคัดกรอง 2 รอบแบบนี้อีก จะทำอย่างไร...เพราะทุกอย่างอยู่ที่ตัวคน...ยากเหมือนกันคะ