ความเห็น 1477836

อภิปรัชญาจากพุทธปรัชญา

ปราชญ์ขยะ
เขียนเมื่อ 

1. อภิปรัชญา พุทธปรัชญาสำนักไวภาษิกะ


สำนัก “ไวภาษิกะ” เป็นสำนักพุทธปรัชญาที่นักปรัชญาชาวอินเดียสันนิษฐานว่า แตกมาจากนิกายเถรวาท (หินยาน) แต่อาศัยคัมภีร์ภาษาสันสกฤตจึงทำให้ชื่อพระสูตรต่าง ๆ และบุคคลที่คุ้นหูคุ้นตากับคนไทยเปลี่ยนแปลงไป นักปรัชญาที่มีชื่อเสียงซึ่งทำให้เกิดปรัชญาไวภาษิกะขึ้นนั้นมีหลายท่านด้วยกันคือ


1. ท่านกาตยายนีบุตร (ราว พ.ศ. 500-600) เป็นผู้รจนาคัมภีร์หลักของอภิธรรมปิฎก ชื่อ “ชญานปรัสถาน” (ญาณปัฏฐาน) และเป็นผู้แต่งคัมภีร์อรรถกถาชื่อ มหาวิภาษาศาสตร์ ขึ้น


2. ท่านอัศวโฆษ (ราว พ.ศ. 600-700)เกิดที่เมืองสาเกต เป็นผู้รจนาหนังสือ “พุทธจริต” และรจนาคัมภีร์อรรถกถาชื่อ มหาวิภาษาศาสตร์ ด้วย


3. ท่านวสุพันธุ์ (ราว พ.ศ. 900-1000 ) เป็นผู้รจนาอภิธรรมโกศะ


4. ท่านสังฆภัทร (รุ่นเดียวกับท่านวสุพันธุ์) เกิดที่แคว้นกัษมีระ ผลงานของท่านที่เด่น ๆ มี 2 เล่ม คือ สมยทีปะ และนยายานุสาระ



การคาดคะเนความจริงทางจักรวาลวิทยา

นักปรัชญาไม่ว่ายุคใดย่อมถือว่าจักรวาล หรือสากลโลกเป็นเรื่องที่ดึงดูดความสนใจเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเป็นสิ่งที่ประจักษ์อยู่เบื้องหน้า ท้าทายให้ศึกษาหาคำตอบว่ามาอย่างไรมาจากไหน, ประกอบด้วยอะไร และจะเป็นอย่างไรต่อไป ความจริงข้อนี้เราจะเห็นได้จากสำนักปรัชญาต่าง ๆ ทั้งในสมัยโบราณ , สมัยกลางและสมัยปัจจุบัน

พุทธปรัชญาสำนักไวภาษิกะก็สนใจเรื่องจักรวาลนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน และเป็นระบบปรัชญาฝ่ายพุทธ ระบบแรกที่ยอมรับความมีอยู่จริงของจักรวาล คือรับรองว่า จักรวาลเป็นองคภาวะชั้นสูงที่มีอยู่จริง ๆ และมีอยู่อย่างอิสระจากตัวเอง ความมีอยู่ของจักรวาลนี้ไม่ว่าจะมองแง่ใดมุมใด คือแง่สามัญสำนึกหรือแง่ปรมัตถ์ ก็คงเห็นว่า จักรวาลเป็นองคภาวะหนึ่งต่างหากจากตัวเรา แต่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา


วัตถุประสงค์ที่ไวภาษิกะต้องศึกษาเรื่องนี้ ก็เพื่อค้นคว้าถึงความแท้จริงขั้นสูงสุดอันจะนำไปสู่การดับทุกข์ ตามเป้าหมายของพระพุทธศาสนา กล่าวคือ จากการวิเคราะห์สิ่งภายนอกตัวเราว่ามีอะไรเป็นอย่างไรแล้ว ในที่สุดจะนำไปสู่การศึกษาเรื่องตน และผลท้ายสุดที่ได้รับก็คือ “ความว่าง ” แม้ว่าสำนักปรัชญานี้จะยังไม่ได้บรรลุตามเป้าหมายอันนี้ก็ตามก็เชื่อว่าเป็นการปูพื้นฐานให้พุทธปรัชญาสำนักอื่น ๆ เช่น โยคาจาร หรือ มาธยมิกะก้าวเข้าไปจนถึง...