1. ฎีกาดังกล่าวมิใช่ฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญามาตรา 259-267

และขัดต่อพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 23 ที่ห้ามมิให้ถวายฎีกา

เพื่อคัดค้านคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ได้พิจารณาเสร็จเด็ดขาดแล้ว

และมิใช่ฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งผู้ขอจะต้องเป็นผู้ถูกพิพากษาลงโทษ

หรือบุคคลในครอบครัว และไม่มีช่องทางใด

ที่พระมหากษัตริย์จะพระราชทานอภัยโทษตามที่ฎีกาดังกล่าวร้องขอได้

2. ฎีกาดังกล่าว มิใช่ฎีการ้องทุกข์เพื่อขอความเป็นธรรมที่อาจกระทำได้

ตามโบราณราชนิติประเพณี ซึ่งจะต้องเป็นการขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ

เพื่อให้มีความช่วยเหลือหรือบรรเทาความเดือดร้อนโดยส่วนตัวของผู้ถวาย

การถวายฎีกาของคนเสื้อแดง

มีความมุ่งหมายให้พระราชทานอภัยโทษแก่ตัว

พ.ต.ท.ทักษิณฯ ซึ่งมิใช่ผู้ขอถวายฎีกา

3. ฎีกาดังกล่าวเป็นฎีกาที่มุ่งประสงค์ทำให้พระมหากษัตริย์

ทรงใช้พระราชอำนาจก้าวล่วงองค์กรผู้ใช้อำนาจอธิปไตย

โดยขอให้พระราชทานอภัยโทษแก่ พ.ต.ท.ทักษิณฯ

ซึ่งศาลฎีกามีคำสั่งเด็ดขาดแล้วให้จำคุก และยังคงมีคดีค้างอยู่ระหว่าง

การพิจารณาของศาลฎีกาอีกหลายคดี ที่อยู่ระหว่าง การสืบพยาน

และทั้งที่ศาลได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว และได้ออกหมายจับตัว

พ.ต.ท.ทักษิณฯ มาดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไป

ทั้งยังมีคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ

เพื่อรอส่งฟ้องต่อศาลอีกเป็นจำนวนมาก

ซึ่งในหลายๆ ประเทศทั่วโลกที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เช่น สเปน พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง

ถ้าประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรี ขออภัยโทษให้กับนักการเมือง

เพื่อให้องค์ประมุขใช้พระราชวินิจฉัยอย่างหนึ่งอย่างใด

เท่ากับเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยเกินขอบเขต ฉะนั้นหลายประเทศ

ที่เป็นประชาธิปไตยจะไม่รับเรื่องของการอภัยโทษให้กับนักการเมือง

บางประเทศที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการคอรัปชั่น

ก็จะยิ่งมีความเข้มข้นมากขึ้น เพราะฉะนั้นการถวายฎีกา

หรือการร้องทุกข์ สาระจึงอยู่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณฯ เป็นนักการเมือง

และเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยังคงมีคนนิยมชมชอบ

เหล่านี้จะเป็นเหมือนการ ใช้อิทธิพลทางการเมืองกดดัน

ให้การพิจารณาเรื่องนี้เป็นไปในทางบวกแก่ตัวเอง

การขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณฯ

ซึ่งเป็นทั้งจำเลยที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีอีกหลายคดี

และเป็นผู้ต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลฎีกา

จึงเป็นเรื่องที่มุ่งหมายต้องการให้พระมหากษัตริย์ก้าวล่วง

เข้าไปใช้อำนาจแทนตุลาการโดยตรง ซึ่งไม่อาจกระทำได้ตามกฎหมาย

4.ฎีกาดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีจุดมุ่งหมายทางการเมืองอย่างชัดเจน

โดยได้บรรยายความขัดแย้ง และความเชื่อทางการเมืองของผู้ร่าง

ที่ระบุว่าการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณฯ ที่ผ่านมาได้รับความไม่เป็นธรรม

และถูกกลั่นแกล้งจากองค์กรผู้ใช้อำนาจทั้งหมด

ทั้งจากรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา องค์กรตุลาการ และจากกลไกอื่นๆ ของรัฐ

ทั้งที่ได้มีคำพิพากษาของศาลสูงสุดวินิจฉัยชี้ขาดว่า

เป็นการกระทำโดยทุจริตและละเมิดกฎหมายบ้านเมืองหลายประการ

ฎีกาดังกล่าว จึงเป็นการนำเอาข้อขัดแย้งในทางการเมือง

ที่มีผู้เห็นแตกต่างกันอยู่หลายฝ่ายขึ้นกราบบังคมทูล

ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ทรงมีพระราชวินิจฉัย

อันเป็นเรื่องไม่บังควรเป็นอย่างยิ่งและเป็นการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์

มาสู่ความขัดแย้งเป็นฝักฝ่ายทางการเมืองโดยตรง

5.ฎีกาดังกล่าว เป็นกรณีที่ผู้ร่างชักชวนให้ประชาชนมาร่วมลงชื่อ

ได้ทราบอยู่แต่ต้นว่าโดยเหตุทั้ง 4 ประการที่กล่าวมา

ย่อมไม่อาจมีพระราชวินิจฉัยในทางหนึ่งทางใดได้

แต่มุ่งหวังว่าเมื่อมีประชาชนสุจริตจำนวนมากที่ไม่ทราบข้อกฎหมาย

และธรรมเนียมปฏิบัติในเรื่องนี้ มาร่วมลงชื่อในฎีกา

ซึ่งจะทำให้เกิดความกดดันและมีความคาดหวังว่า

จะได้มีพระราชวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าวตามที่ร้องขอ

ทั้งที่เป็นเรื่องที่ไม่อาจเป็นไปได้

เมื่อสถานการณ์เป็นไปดังกล่าว จะทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก

ในหมู่ประชาชนผู้ไม่ทราบหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย

และธรรมเนียมปฏิบัติในเรื่องนี้ กับประชาชนโดยทั่วไป

และกับสถาบันสูงสุด ของชาติ ทำให้เกิดความไม่เข้าใจและคับข้องใจ