ผมเคยเรียนโรงเรียนที่ได้ชื่อว่า "แสนบ้านนอก" มาก่อนครับ ผมเข้าใจชีวิตครูดี ภาพที่ผมเคยเห็นคือครูไม่เคยละจากชุดสีกากีเลย เป็นครูผู้สอนคนเล็ก ๆ ทั้งหลายให้เป็นคน ผมเป็นคนที่เรียนเลขไม่เก่งมาก ๆ ครับ แต่ภาษาไทยนั้นผมได้เพราะครู
"เจ้า นก น้อย น่า รัก ร้อง ทัก ว่า
ไป ไหน มา หนู เล็ก เด็ก ชาย หญิง
ทั้งรูปร่าง หน้าตา น่ารัก จริง
ข้า ยิ่ง ดู ก็ ยิ่ง จำเริญ ตา.."
เสียงเด็กทั้งหลายท่องอาขยานพร้อมกันบ้างไม่พร้อมกันบ้าง ต่างคนต่างมุ่งเสียงตนให้ดังกว่าใคร เป็นการเรียนที่หายากแล้วในทุกวันนี้ เป็นการเรียนด้วยวิญญาณ และเป็นการสอนด้วยชีวิตจิตใจของครู
โต๊ะทุกตัว คนทุกคนในห้อง ไม่มีวันพ้นสายตาครูไปได้ ความอดทนต่อการนั่งเรียน ก็เป็นอีกแง่งามของนักเรียนบ้านนอกอย่างผมครับ เราต้องอดทนอย่างมากต่อการอยากกินมะม่วงดองที่อยู่ในกระเป๋ากระโปรงเพื่อน เรามีสัญญาใจกันว่า เมื่อพักเพลแล้วจะกินมันด้วยกันทั้งกลุ่ม (ประมาณ ๕ คน) แต่ด้วยเสรีแห่งความอยาก ทนไม่ได้ครับ ผมก็แอบกระซิบเพื่อนว่า "อยากกินหมากมวงแถะ กัดปันเฮาแน่" เพื่อนตกลงทำตาม พอสบโอกาสครูเขียนกระดาน เพื่อนที่หน้าตามอมแมมดูไม่ได้ ด้วยไม่ได้ปรุงแต่งแก่ความเป็นเด็ก ผมถือว่าในตอนนั้นเธอคือนางฟ้าดีดีนี่เอง แต่มะม่วงในปากเคี่ยวไม่ยอมแหลกเสียที พอครูหันมาก็หยุดเคี้ยว แต่ของดองนั้นเรียกน้ำลายมากทีเดียว ทำให้ต้องหาวิธีกลืนทั้งเนื้อทั้งน้ำ จึงจำเป็นต้องเคี้ยวก่อนมันจะไหลออกมา เสียของ นี่จึงเป็นเหตุให้ไม้เรียวได้ทำงาน ซึ่งรสชาติไม่มากไปกว่าความอร่อยของมะม่วงดองจากเพื่อนเลย...
ผมมีเรื่องเล่าอีกมากมายในความแร้นแค้นของผมกับโรงเรียนแสนรัก..คริ ๆ วันหน้าเรามาเล่าสู่กันฟังนะครับ..ผมขอพักก่อนครับ