เจริญพรคุณเสวกและท่านผู้อ่านทุกท่าน
- วันนี้เข้าไปในเมืองพิษณุโลกมาเวลานั่งรถโดยสารรอบเมืองโยมโชว์เฟอร์ที่มีอายุมากหน่อยจะชอบพูดคุยกับพระสงฆ์
- ส่วนมากก็จะเล่าเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาในชีวิตของท่านว่ามีอะไรเป็นยังไง ยุคโน้นเป็นอย่างไรประมาณนี้แหละ
- พระก็คอยช่วยเสริมยิ้มให้บ้างพูดคุยบ้างพยักหน้าบ้างเป็นเชิงว่ารับฟัง
- คนเล่าก็เล่าได้อย่างออกรสชาติเพราะมีความจำของตนตั้งแต่เด็กจนถึงวัยปัจจุบัน
- คนเล่าดูมีความสุขดีเพราะเราตั้งใจฟัง หลวงอาคิดว่าเรื่องราวต่าง ๆ จากผู้สูงวัยทั้งหลายมีประโยชน์มากมายมหาศาล
- แต่ทำอย่างไรข้อมูลเหล่านี้จึงจะได้มีคนจดบันทึกเขียนไว้บ้าง นึกไปนึกมาก็ใกล้ตัวเราเลย
- เมื่อก่อนพ่อใหญ่ แม่ใหญ่ พ่อเฒ่า แม่เฒ่า ปู่ ย่า ตา ยาย เล่าอะไรให้ฟังเราก็ชอบฟังแต่หลังจากนั้นก็ลืมเลือนหายไปหมด
- เพราะไม่มีใครจดบันทึกจำไว้กับตัวต่อมาก็หลงลืมเลือนสูญหายไปจนหมด
- โยมโชว์เฟอร์แกก็จะเล่าว่าก่อนจะมาขับรถก็ทำนาทำไร่ เลี้ยงวัวเลี้ยงความยอยู่ในต่างอำเภอ เช่น อำเภอบางกระทุ่มบ้าง อำเภอเนินมะปรางบ้าง นครไทยบ้าง
- ถึงจะไม่ใช่ถิ่นฐานบ้านเราแต่ก็น่าสนใจเรียนรู้ประวัติท้องถิ่นแต่ละที่แต่ละแห่ง
- ที่หลวงอาเล่าให้ฟังนี้ก็ไม่ใ่ช่อะไรหรอกนะ ตอนเราเป็นเด็กเราก็จำอย่างเดียวต่อมาก็ลืมเลือน หรือบางทีเราเองก็มองไม่เห็นความสำคัญเรื่องราวเหล่านั้นด้วย
- ด้วยว่าเราคิดเอาเองว่าก็ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจก็เป็นแค่การทำมาหากินเรื่องการสร้างเนื้อสร้างตัวธรรมดา
- นี่คือลูกหลานจะคิดทำนองนี้เสียมากทำให้ประวัติศาสตร์ใกล้ ๆ ตัวสูญหายไปกับท่านเหล่านั้นหมดเกลี้ยง
- พอจะตามเรื่องที่เคยได้ยินไ้ด้ฟังมาเมื่อในอดีต ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนได้เพราะท่านจากเราไปหมดแล้ว
- ยุคเรานี้มีเครื่องไม้เครื่องมือสื่อสารอำนวยความสะดวกมากมายจะบันทึกแบบไหนเลือกได้ตามความถนัด ภาพนิ่ง ภาพเคื่อนไหว เสียง มีให้ครบทุกอย่าง
- จึงใคร่อยากเชิญชวนลูกหลานเยาวชนทั้งหลายให้ช่วยกันจดบันทึกเกร็ดประวัติใกล้ ๆ ตัวเราที่คนเฒ่าคนแก่เล่าให้ฟังแล้วเก็บไว้ เป็นเสียงภาพก็ได้อย่าคิดว่าไม่มีประโยชน์
- และไม่ต้องอายที่จะบอกเล่าเรื่องใกล้ ๆ ตัว คิดเสียว่าทุกเรื่องน่าสนใจทั้งนั้น
- ข้างวัดศรีโสภณ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ที่หลวงอาจำพรรษานี้มีหมู่บ้านหนึ่งที่อพยพย้ายถิ่นมาจากจังหวัดราชบุรีเมื่อเกือบร้อยที่แล้วคนเก่ายังพูดภาษาสำเนียงราชบุรีได้
- วันนี้ร่ายยาวเกินไปแล้วขอจบแค่นี้ก่อนนะ.
เจริญพร