ผมรู้มาว่าในศาสนาคริสต์ เมื่อผู้ใดได้กระทำผิด เขาสามารถสารภาพบาปและได้รับการยกโทษจากพระเจ้า ถ้าหากเขาคนนั้นสารภาพบาปด้วยความสำนึกผิดอย่างจริงใจ และพร้อมจะให้อภัยกับคนอื่นที่ได้กระบาปแบบเดียวกันนี้กับเขา ไม่รู้ว่าผมเข้าใจถูกต้องไหมคับ ถ้าผมเข้าไม่ผิด กระบวนการนี้ก็จะคล้ายๆกับการ อโหสิกรรมต่อกัน ในศาสนาพุทธ แต่ตอนที่เราจะอโหสิกรรมจิตเราตอนนั้น ก็ต้อง ให้อภัยทั้งในด้านเป็นผู้ถูกกระทำ และเป้นผู้กระทำกรรมนั้นเอง

สรุปแล้ว ศาสดาของทุกศาสนา เขาสั่งสอนให้คนเป็นคนดี มีสังคมที่ดีนะคับ และศาสดาของทุกศาสนาไม่เคยคุยทับหรือหักล้างกันเองเลย หากจะมีก็เพียงแต่เหล่าสาวกชั่นต่ำเข้าใจหลักธรรมแค่หางอึ่งเท่านั้น ที่นำเอาศาสนาที่ตนนับถือมาหักล้างโจมตีศาสนาอื่นๆและที่ผมใช้คำว่าเหล่าสาวกชั้นต่ำก็เพราะ คนเหล่านี้ถึงจะเป็นแค่บุคคลธรรมดา หรือผู้ที่มีตำแหน่งในศาสนานั้นๆใหญ่โตสักเพียงใดก็ตาม ถ้าหากไม่เข้าใจในคำสอนอย่างแท้จริงก็มักจะทำอะไรโง่ๆแบบนี้เอง ส่วนท่านใดที่ศึกษาเรียนรู้ และปฏิบัติเคร่งครัดในศาสนาที่ตนนับถืออย่างจริงจังท่านเหล่านั้นก็จะรู้แจ้งในหลักธรรม รู้แจ้งในปริศนาธรรมเพื่อเป็นความเป็นไปในโลกอมตะ หรือรู้ทางที่จะกลับคืนสู่พลังงานเดิมอันบริสุทธิ์

และการที่ในโลกนี้มีหลายศาสนาก็เนื่องจาก วัฒนธรรม สังคม ประเพณี ความเป้นอยู่ รวมถึงความเจริญทางด้านจิตใจของผู้คน มันต่างกัน แนวคิดต่างกัน ดังนั้นแต่ละศาสนาจึงมีหลักคำสอนและข้อวัตรปฏิบ้ติที่แตกต่างกัน เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในพื้นที่นั้นๆ และเนื่องจากว่า ถ้าในโลกนี้แรกเริ่มมีศาสนาเพียงหนึ่งเดียว ท่านลองคิดดูว่าโลกจะเป้นอย่างไร ความโหดร้ายป่าเถื่อนจะสิ้นสุดลงตอนไหน เพราะพระศาสดาเพียงองค์เดียว ไม่อาจแพร่หลักธรรมไปได้ทั่วโลกได้ตลอดพระชนชีพของท่าน เพราะขนาดเพื่อท่านละโลกไปแล้ว เหล่าสาวกของท่านบางส่วนยังไม่เข้าใจคำสอนมิหนำซ้ำยังนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือเพื่อหาผลประโยชน์ใส่ตัวเอง ดังนั้นโลกเราจึกต้องมี เหล่าศาสดาหลายๆองค์ เพื่อช่วยกันสร้างสรรค์สังคมโลกให้เจริญในด้านความเป็นมนุษย์ ละออกจากความเป้นเดรฉานสัตว์ และแนะแนวทางเพื่อความหลุดพ้น

บางพื้นที่ที่จิตใจผู้คนยังไม่เจริญ หลักศาสนาในพื้นที่นั้นๆก็จะสั่งสอนเพื่อให้คนมีจิตใจที่สูงขึ้น มีสังคมที่อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข หรือเรียกว่า จะเน้นสั่งสอนธรรมเพื่อการดำรงอยู่ของ ฆราวาส หรือปุถุชนทั่วไป จุดหมายสูงสุดคือการไปอยู่กับพระเจ้า การเป็นเทพ เทวดา ฯลฯ

และบางพื้นที่ที่ผู้คนมีพื้นฐานจิตใจที่สูงแล้ว เข้าใจมโนธรรมกันเป็นส่วนใหญ่แล้ว ศาสนาในพื้นที่นี้ ก็จะสั่งสอนหลักธรรมขั้นสูงขึ้นไปอีก เน้นเพื่อความหลุดพ้นเป็นจุดหมายสูงสุด เพื่อการกลับคืนไปเป็นส่วนหนึ่งกับพระเจ้า การเข้าสู้สภาวะนิพพาน การทำตนให้บริสุทธิ์ปราศจากมลทินใดๆ เพื่อกลับเข้าสูงพลังงานสากลแห่งจักรวาลที่เราแตกตัวออกมาอยู่บนโลก

โดยส่วนตัวผมนับถือศาสนาพุทธ ไม่ได้นับถือเพราะว่าครอบครัวเป็นชาวพุทธ แต่ผมชอบเพราะศาสนาพุทธมีหลักคำสอนที่เป็นเหตุ เป็นผล ในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะทำกรรมอันใด ถ้าเราเข้าใจเราก็จะรู้ว่ามันจะเกิดผลอย่างไรกับเรา และที่สำคัญ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาเดียวที่มีหลักคำสอนและหลักปฏิบัติที่ความเป้นไปสู่การหลุดออกจากการเวียนว่ายตายเกิดหรือการเข้าสู่นิพพาน ที่ปุถุชนทั่วไปสามารถทำได้แม้ไม่ได้บวชเป้นพระ (แต่การบวชและใช้ชีวิตแยกจากสังคมโลกจะเข้าสู่สภาวะนิพพานได้ง่ายที่สุด) แต่ผมไม่ได้หมายความว่าศาสนาอื่นๆไม่มีนะคับ ศาสนาอื่นๆก็มีแต่ก็จะต้องเป็นผู้ที่เคร่งครัดยึดหลักปฏิบัติอย่างจริงจัง อย่างเหล่าโยคี และฤษี หรือนักพรต ผู้บำเพ็ญ ขั้นสูง ต่างก็ปฏิบัติจนสามารถมีธรรมและณานขั้นสูจดุจเดียวกับพระอรหันได้ ตั้งมากมาย

สรุปแล้วไม่ว่าใครจะได้ชื่อว่านับถือศาสนาที่เป็นเลิศที่สุดบนโลกนี้แล้วก็ตาม แต่ถ้าหากคนๆนั้นไม่เข้าใจหลักคำสอน หรือไม่ปฏิบัตินำพา คนๆนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นเถื่อนไร้ศาสนา