คุณ กลุ้มใจ คะ,

 

เชื่อว่าทุกคนก็คงต้องมีอารมณ์นี้น่ะค่ะ  ตัวเองก็เป็นอยู่บ่อย ๆ  มากบ้าง น้อยบ้าง  ที่ดีที่สุดก็คือต้องกำหนดแล้วก็เรียนรู้จากตรงนั้นไปให้ได้  โดยไม่ต้องคาดหวังอะไรกับมัน

 

ที่บอกว่า กำหนด "ไม่ได้" แล้วยิ่งหงุดหงิด  ก็เพราะไปคาดหวังว่าจะต้องให้ "ได้" อะไรอย่างนั้นใช่ไหมคะ

 


"ได้" อะไรล่ะคะ?

 

จริง ๆ แล้ว  มันได้อยู่แล้วล่ะค่ะ ทุกทีที่กำหนด

 

ได้อะไร คงไม่ต้องขยายมาก  เพราะถ้าผ่านคอร์สเดียวกันมาแล้ว คุณคงทราบใช่ไหมคะ

 

กำหนดปุ๊บก็ได้สติเลย อย่างแรก อันนี้ไม่แปลก

 

ต่อเนื่องหน่อย  ก็เห็น "ความเปลี่ยนแปลง"

 

นั่นไงคะ  อารมณ์ที่แย่ ๆ มันก็เริ่มหายไปแล้ว

 

คงไม่ต้องบอกว่า  สติ เป็นกุศล และหนึ่งครั้งที่กำหนด ตัดไป ๗ ภพ ๗ ชาติ  ตามพระไตรปิฎกว่าไว้

 

นี่ได้เยอะแล้วนะคะเนี่ย

 

แต่ยามที่มันไม่ไหวจริง ๆ  ก็ใช้อุบายย้ายจิตชั่วคราวก็ได้ค่ะ

 

กำหนดฐานใจไม่ไหว  ก็มาฐานกาย

 

อันนี้แนะนำจากส่วนตัวน่ะนะคะ  คงต้องลองไปปรับกันเอง

 

ย้ายมาทำอะไรก็ได้กับฐานกาย  เยอะแยะไปค่ะ

 

จะมา กำหนอ เหยียดหนอ ก็ได้ค่ะ ง่ายสุด 

 

แต่ต้องกำแรง ๆ เหยียดแรง ๆ นะคะ ช้า ๆ ด้วย

 

แต่ไม่ใช่ กำหนอ ไปหนอ ชกหนอ เปรี้ยงหนอ
ถูกหนอ นะคะ ฮิ ๆ

 

การหาอุบายย้ายจิต  ไม่ค่อยอยากจะให้ใช้ทำประจำค่ะ  เดี๋ยวจะเคยตัว แล้วแย่เหมือนข้าพเจ้า

 

คือเอะอะอะไร  เจออารมณ์ที่ไม่ชอบ  ไม่ว่าจะใน หรือ นอกห้องกรรมฐาน  ก็จะหาอะไรที่ชอบเสวยอารมณ์ทันที

 

เวลาปฏิบัติธรรมจริง ๆ มันจะไม่ค่อยไปถึงไหนไงคะ  มันมัวแต่เพลิดเพลินเจริญใจ ชมนก ชมไม้ อย่างที่อาจารย์ศิริพรชอบเตือนไว้นั่นแหละค่ะ

 

ที่ดีที่สุด  คือ อะไรเกิดขึ้น ก็ต้องให้กำหนดรู้ ดูไปตามความเป็นจริงน่ะค่ะ

 

เพราะอะไรทราบไหมคะ

 

เพราะยิ่งขยันกำหนดบ่อย ๆ  ภูมิคุ้มกันก็จะดีขึ้น  เหมือนไปฉีดวัคซีนน่ะค่ะ  ใช่ไหมคะคุณหมออนิศรา (รีบหาพวก)

 

ทีนี้ สุขภาพใจก็จะแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ  อีกหน่อย  พอมีทุกข์ลักษณะเดียวกันมาเยือนอีก  มันก็ทำอะไรเราไม่ค่อยได้แล้วล่ะค่ะ

 

นั่นก็คือ  เราจะสามารถกำหนดดู  กำหนดรู้ได้อย่างไม่เดือดร้อนแล้วเท่าไหร่นั่นเอง

 

คิดว่า คุณกลุ้มใจ เป็นโยคีเก่า  ที่ผ่านการปฏิบัติมาหลายครั้งแล้ว  และก็ยังกลับไปกลุ้มใจด้วยเรื่องเก่า ๆ น่ะค่ะ ใช่ไหมคะ?

 

แล้วก็จะชอบพูดกับตัวเองด้วยว่า  ทำไมเป็นอย่างนี้ทุกที   ยอมแพ้ ถอดใจไปกลางคัน

 

พอคิดว่า ทำ "ไม่ได้" ก็ไม่ยอมทำไปเสียอย่างนั้น

 

เหมือนกับว่า  คิดว่าที่เดินจงกรมน้อย ก็เลยพาลไม่เดิน

 

ไม่ได้นะคะ  การเจริญสติ หรือการเดินจงกรมนั้น สำคัญกว่าการนั่งสมาธิเสียอีก  โดยเฉพาะเวลาฟุ้งซ่านอย่างนี้  ลุกขึ้นเดินเลยค่ะ  ห้ามนั่ง!

 

อ้าว ตายจริง เลยกลายเป็นมาดุโยคีบนบล๊อกเสียแล้ว ฮิ ๆ  ชักติดนิสัยเซนเซ

 

ลองดูนะคะ   จะเอาใจช่วยค่ะ

 

สวัสดีค่ะ,

 

ณัชร