สวัสดีค่ะ คุณ ขจิต กามนิตหนุ่ม,

 

  • อย่าว่าแต่คุณขจิตเลยค่ะ ตัวเองเป็นเพื่อนคุณกันยามาสก็ยังตื่นเต้นเลยค่ะ เพราะปกติเธอจะเป็นคนเขียนอะไรสั้น ๆ กระชับ ๆ
  • แต่พออ่านไปแล้ว ก็จะเข้าใจค่ะ  เพราะประการแรก  เธอมีความรู้ลึกเรื่องนี้จริง ๆ  เคยคุยกับเธอมานาน  เลยกำลังยุ ๆ ให้เธอเปิดบล๊อกของเธออยู่

 

  • ประการที่สอง  คนเราพอได้ฝึกการเจริญสติแล้ว  ยิ่งพอมีกิจกรรมอะไรที่เราได้ใช้ประโยชน์จาก "ทักษะ" ใหม่ที่เราได้ใช้ดูกายใจนี้  เราก็มักจะคุยกันยาว ๆ อย่างนี้แหละค่ะ  ถึงแม้ว่าประโยชน์นี้จะเป็นประโยชน์ทางโลก ๆ  และเป็นเพียงผลพลอยได้ ไม่ใช่เป้าหมายหลักของการเจริญสติ  ที่เราไม่ควรไปติดยึดก็ตาม

 

  • จริง ๆ แล้ว  สมาธิ กับ สติ นั้น ต่างกันน่ะนะคะ  ในพุทธศาสนา สติ กับ สัมปชัญญะ  คือ ธรรมะที่มีอุปการะมาก  อันนี้เป็นข้อสอบนักธรรมโท  ที่คุณขจิตก็คงผ่านมาแล้วใช่ไหมคะ  ทีนี้  สติ นั้น ถ้าเราเจริญอย่างต่อเนื่อง  ก็สามารถเกิดเป็นสมาธิได้เช่นกัน

 

  • ในการฝึกดาบก็เช่นกันค่ะ  สตินั้น สำคัญที่สุด  เหมือนกับที่ในพุทธศาสนาว่า  สติมาแล้วปัญญาเกิดน่ะค่ะ  ในสภาวะที่จะต้องไปต่อสู้กับใครนั้น  ความรู้ตัวทั่วพร้อม   นั้น สำคัญที่สุด  ถ้าไปมี "สมาธิ" ที่จะไปจดจ่ออยู่จุดใดจุดหนึ่งนั้น  มันอันตรายมากกว่าค่ะ  อันนี้มีอยู่ในคัมภีร์ดาบหลัก ๆ หลายเล่ม

 

  • ถ้าจะมีได้  ก็คงเป็นแค่ในระดับขณิกสมาธิ  คือ สมาธิที่คงอยู่ชั่วขณะ

 

  • ชั่วขณะไหน?  ชั่วขณะที่เราเอาใจ หรือ ตัวรู้ หรือ สติเรานี่ล่ะค่ะ เข้าไปกำหนดดูสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงยังไงล่ะค่ะ 

 

  • สิ่งต่าง ๆ ที่ว่านี้คืออะไร

 

  • ถ้าเป็นคอร์สปฏิบัติวิปัสสนา  ก็จะเป็นกายกับใจของเราเฉย ๆ

 

  • ถ้าเป็นการดวลดาบ  ก็จะแถมสถานการณ์แวดล้อมรวม  ๆ เข้าไปด้วย  เช่น สถานที่ ลม ฟ้า อากาศ ทางหนี ทีไล่   การเคลื่อนไหวโดยรวมของสิ่งโดยรอบ  ไม่ใช่แค่ความเคลื่อนไหวของ "คู่ต่อสู้"

 

  • พระเซนองค์ที่ชื่อว่า Takuan Soho  เคยเอ่ยไว้ในตำราฝึกจิตที่คนเอาไปตีความในการฝึกดาบว่า  ถ้าจิตไปจดจ่ออยู่ที่เดียวนาน ๆ เป็นสมาธิ  ไม่มีความรู้ตัวทั่วพร้อมเลย  ถ้าเป็นนักดาบ ก็ตายลูกเดียวน่ะค่ะ 

 

  • สำนวนกระบี่อยู่ที่ใจ  เข้าใจว่าเป็นการเล่นคำของคนแต่งนิยายกำลังภายในของจีนน่ะค่ะ  เพราะก่อนอื่น  กระบี่ นั้น  ไม่ใช่ดาบซามูไร  ลักษณะใบกระบี่จะบางและพริ้ว และมีคมทั้งสองข้าง  ลักษณะการใช้ก็ไม่เหมือนกัน  ความคงทน ความคมอะไรต่าง ๆ ไม่สามารถเทียบเคียงกับดาบซามูไรได้น่ะค่ะ  เป็นอาวุธคนละประเภท  แต่แน่นอน ก็ใช้ตามวัตถุประสงค์การผลิตเหมือนกัน

 

  • ประการที่สอง หลักการสูงสุดของดาบซามูไรนั้น  ในที่สุด  จะต้องฝึกให้ถึงขั้น No Mind น่ะค่ะ  คือ ไร้ใจ  ถ้าเทียบกับทางเถรวาท  ก็คือ  ใจที่ไร้นิวรณ์มารบกวนใด ๆ

 

  • ประการที่สาม  จะนับเป็นประการย่อยก็ได้ ไม่ใช่ประการหลัก  ซามูไรนั้น ฝึก ๆ ไป  เพื่อมุ่งไม่ให้ใช้ดาบ เพื่อมุ่งให้เข้าคลี่คลายสถานการณ์ และรักษาความสงบเรียบร้อยได้ด้วยความมีเมตาและคุณธรรม และด้วยความยุติธรรม ตามหน้าที่ความรับผิดชอบของชนชั้นปกครอง  ดังนั้น  จึงมีปรมาจารย์ดาบของโชกุนสมัยโตกุกาว่าคนหนึ่ง  แต่งคัมภีร์ที่มีหลัก No Sword หรือ ไร้ดาบ เป็นหนึ่งในขั้นสูงสุดออกมาด้วยน่ะค่ะ

 

  • ดังนั้น จากสามข้อนี้  ก็จะเห็นว่า  หลักการ กระบี่อยู่ที่ใจ นั้น  จึงเป็นเพียงความเข้าใจในขั้นพื้นฐานทั่วไป  ซึ่งอาจจะมีที่มาจากหนังสือนวนิยายกำลังภายในที่ผู้แต่งอาจจะอยากเขียนอะไรให้หวือหวาและเป็นไปได้ว่าจีนโบราณอาจจะมีเพลงกระบี่อย่างนั้นจริง ๆ 

 

  • แต่สำหรับวิชาดาบซามูไรนั้น  ถึงแม้ว่าจะมีคำกล่าวที่ว่า  "ดาบกับใจเป็นหนึ่ง"  แต่ก็เป็นเพียงคำกล่าวในเชิงอุปมา อุปไมย ในแง่คุณธรรมที่ลึกซึ้งมากกว่า  เพราะอย่างตัวอย่างที่ยกมานั้น  จะเห็นว่า  ในการสู้จริง  ถ้าใจมัวพะวงถึงดาบ  ก็จะเจ็บ และพ่ายแพ้และตายได้  แต่ในขณะเดียวกัน  ผู้ที่ฝึกการเจริญสติด้วยดาบซามูไร และได้มีโอกาสพัฒนาตัวเองโดยรอบให้มีจิตใจที่ดีขึ้น ในที่สุดแล้ว  แม้นดาบก็ไม่ต้องใช้  นั่นจึงเป็นความหมายนัยยะที่ลึกซึ้งอันแท้จริงของวิชาดาบซามูไรค่ะ  เหมือนที่เซนเซบอกนั่นเองว่า  คือ awareness (สติ ความรู้ตัว) & purpose (ดาบนี้ฟันเพื่ออะไร/ ชีวิตนี้อยู่เพื่อทำอะไร (mission))

 

  • สำหรับเรื่องคนญี่ปุ่นเครียด ฆ่าตัวตายนั้น  ตอบได้อีกยาวค่ะ  แต่สั้น ๆ เลยคือ สามประเด็นนะคะ  ประเด็นแรกได้ตอบไปบ้างแล้วในส่วนที่ตอบคุณกันยามาส นั่นก็คือ  สังคมที่ไม่ได้มีการเจริญสติกันอีกแล้ว ก็ย่อมมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดาน่ะค่ะ   ประการที่สอง ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีพื้นที่เล็กมาก เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร  ความเป็นอยู่ที่หนาแน่นมาก และการที่เขาให้ความสำคัญกับสังคมมากด้วยนี่ตามวัฒนธรรม  โรคเครียดเพราะสังคมบีบคั้น  ก็รุนแรงกว่าที่อื่นมั้งคะ  ประกอบกับโรคเลียนแบบก็เยอะ  ก็เลยไปกันใหญ่  ประการสุดท้าย  ทุก ๆ ที่ก็มีคนที่เป็นทุกข์ และฆ่าตัวตายค่ะ  ไม่ใช่เฉพาะที่ญี่ปุ่น  แต่เนื่องจากอย่างที่บอกว่า ประชากรเยอะ พื้นที่น้อย  เลยเห็นชัดมาก  เอาง่าย ๆ มีพื้นที่แค่ประมาณ รัฐเดียวของอเมริกาเห็นจะได้  แต่มีประชากรถึงครึ่งหนึ่งของอเมริกา  ยั้วเยี้ย แออัดมากค่ะ  แค่คิดเรื่องการเป็นอยู่แออัดอย่างนี้  ก็เครียดแล้วนะคะ ไม่ต้องอะไรมาก

 

  • ป.ล.  ภาพนี้สงวนลิขสิทธิ์นะคะ แหะ ๆ ลงยันต์เอาไว้แล้ว  ถ้าใครเอาไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตระวังผีญี่ปุ่นตามไปหักคอ ฮิ ๆ

 

ขอบพระคุณที่ตามมาทักทายเสมอค่ะ  ถ้าคุณขจิตไม่แวะมาบ่อย ๆ คงจะเหงาแย่

 

สวัสดีค่ะ,

 

ณัชร