เรียน ท่านอาจารย์จีระ

หนูได้มีโอกาสไปร่วมงาน Thailand Top 100 HR ซึ่งจัดขึ้นโดย สถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 29 กค.ที่ผ่านมา ซึ่งภายในงานมีปาฐกถาของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ถือว่า เป็นปาฐกถาที่ให้ความรู้ แนวทางของการพัฒนาประเทศ แนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยเป็นอย่างยิ่ง โดย ดร.สุรินทร์กล่าวว่า

1. ต้องการเห็นความร่วมมือในกลุ่ม ASEAN ด้วยกัน เป็นความร่วมมือที่เรียกว่า Mutual Recognition Agreement : MRA โดยเป็นความร่วมมือในการสร้างมาตรฐานสินค้าของกลุ่มประเทศที่ร่วมลงนาม เป็นการยอมรับมาตรฐานและการตรวจสอบสินค้าของกันและกัน โดยไม่ต้องตรวจสอบและรับรองซ้ำอีก

2. ต้องการเห็นความร่วมมือที่เรียกว่า Complementary Economy ในระหว่างกลุ่มประเทศ ASEAN ซึ่งแปลความหมายได้ว่า แต่ละประเทศจะทำการผลิตสินค้าตามที่ตนเองถนัด และมีทรัพยกรธรรมชาติเกื้อหนุน เช่น ประเทศไทย เป็นศูนย์การผลิตด้านอาหาร ประเทศสิงคโปร์ เป็นศูนย์การขนส่ง การเงิน เทคโนโลยี่ ประเทศอินโดนีเซีย เป็นศูนย์ด้านพลังงาน เป็นต้น แล้วประเทศในกลุ่ม ASEAN จะมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าระหว่างกัน เป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะแต่ละประเทศผลิตตามที่ตนเองถนัด จะทำให้ ต้นทุนการผลิตต่ำลง ราคาซื้อขายก็จะต่ำลงตามไปด้วย เป็นการพึ่งพิงซึ่งกันและกัน ทำให้ประเทศใน กุล่ม ASEAN ไม่ต้องคอยแต่รับความช่วยเหลือจากประเทศอื่นๆตามที่เคยเป็นมา

จากแนวความคิดของ ดร.สุรินทร์ ดังกล่าวข้างต้น ถ้าเป็นจริงได้ ก็จะส่งผลมายังแนวทางในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยด้วย โดยการนำ 8 K’s และ 5K’s มาใช้ในการแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ต่อไป เพราะจะกระทบต่อองค์ความรู้ที่จำเป็นต้องมี เพื่อให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจของประเทศ ตาม HR Architecture ของท่านอาจารย์ค่ะ

สุนันทา

Ph.D. SSRU