อ่านแล้วขอบอกว่า มุมการมอง/หยิบ/เพื่ือจะพิเคราะห์พยานหลักฐานของศาลฎีกา เก๋ และเทห์ มากค่ะ
ขอย้อนความก่อน: คดีนี้ นาย ยี่เกียม หรือโบกิม แ๋ซ่เฮง ยื่นฟ้อง มท. และพวก
ประเด็นของนายยี่เกียม หรือโจทก์:
- เกิดที่บ้านหนองตม ม.ที่ 1 ต.วงฆ้อง อ.พรหมพิราม พิษณุโลก
- ถูกบิดาส่งไปเรียนที่ประเทศจีน
- ต่อมากลับมาเมืองไทย และต้องการจะอยู่เมืองไทย
- ยื่นคำขอพิสูจน์สัญชาติกับ จนท.กองตรวจคนเข้าเมือง
- คำขอถูกยก
จำเลยนำสืบว่า
- นายยี่เกียม หรือโจทก์เป็นคนต่างด้าว
- เกิดที่มณฑลกวางตุ้ง
- เข้าเืมืองมาเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2531 โดยถือเอกสารเดินทางประเภทคนเดินทางผ่าน
- โจทย์ยื่นคำร้องขออยู่ต่อและขอพิสูจน์สัญชาติ เจ้าพนังานไม่อนุญาต
พยานบุคคลที่โจทก์อ้างเพื่อ สืบต่อสู้คดี
- ญาติลูกพี่ลูกน้องของโจทก์ และเพื่ือนบ้านของโจทก์ตั้งแต่สมัยเด็ก, มีอายุใกล้เคียงกับโจทก์
- ประเด็นที่สืบพยาน:
- พยานทั้ง 2 คือ นางนิตยา และนายเกียง เบิกความยืนยันว่า โจทก์เกิดที่ตลาดหนองตม, โจทก์เป็นบุตรของคนจีนอพยพที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย และมีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
- รูปถ่ายของโจทก์สมัยเด็กๆ ที่ถ่ายด้วยกัน (ภาพถ่าย หมายจ.1 และ 2) ซึ่งภาพดังกล่าวเห็นได้ชัดว่าเป็นภาพเก่าตามสภาพ
- และพยานก็ยืนยันว่า คนในภาพคือ โจทก์ สมัยเ็ด็กๆ
- พยานลำดับที่ 3 เป็นแม่เลี้ยงของโจทก์ และพยานลำดับที่ 4 คือ พี่ชายของแม่ของโจทก์ เบิกความยืนยันไปในทางเดียวกัน
ประเด็นที่ศาลชี้ (-เก๋ และเท่ห์มั่กๆๆ ค่ะ)
- พยานบุคคลของโจทก์เป็นผู้ประกอบอาชีพโดยสุจริต มีฐานะและหลักฐานเป็นที่ยอมรับของสังคมในชนบท หากไม่เป็นความจริง คงไม่มาเบิกความต่อศาลยืนยันเช่นนี้--คำเบิกความของบุคคลดังกล่าวจึงน่าเชื่ือถือ
- เป็นที่ยอมรับกันว่า ในช่วงระยะเวลานั้น การทะเบียนราษฎรของประเทศไทย โดยเฉพาะชนบทยังไม่เป็นระบบเรียบร้อย โจทก์ไม่มีสูติบัตร หรือทะเบียนบ้าน จึงไม่ใช่ข้อที่จะพึงตำหนิ
- โจทก์สามารถเบิกความตอศาล ด้วยภาษาไทยได้เป็นอย่างดี "..ทั้งๆ ที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทยได้ปีเศษ" แสดงให็เห็นพื้นความรู้ภาษาไทยที่มีอยู่ก่อนบ้าง
- โจทก์มีควารู้ทางด้านการแพทย์แผนโบราณ โดยสภาพย่อมจะอยู่ประเทศจีนได้อย่างเป็นปกติสุข การที่โจทก์เดินทางเข้ามาประเทศไทย และขอพิสูจน์สัญชาติน่าจะเป็นเพราะมีความผูกพันโดยสายเลือดกับญาติในประเทศไทย
- เมื่อมีบุคคลมาเบิกความยืนยัน พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อว่าเิกิดในไทย
- โจทก์จึงได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ..พิพากษากลับว่าโจทก์เป็นบุคคลสัญชาติไทย
ที่น่าสนใจไม่น้อยก็คือ เหตุผลที่ศาลอุทธรณ์เห็นต่างจากศาลชั้นต้น จึงได้กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเสีย