สวัสดีครับ

ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ ในหลายๆประเด็น ทั้งในเรื่องของ บุคลิกลักษณะของตัวละคร (Characterization) ที่ผู้เขียนบท และผู้สร้างละคร ได้รังสรรค์ออกมา

กล่าวเฉพาะในบทบาทของนางเอก นางร้าย และบทของเด็กชายก็ดี จริงอยู่ที่เช็คเสปียร์ กล่าวว่า ละคร คือ ภาพสะท้อนความจริงของชีวิต ทว่าการสะท้อนภาพของตัวละครนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะสะท้อน ความสำนึกใฝ่ดีของตัวละคร

ผมเองมีความสนใจใน ละคร ในฐานะ ที่เป็นเครื่องมือเพื่อการบรรลุทางปัญญา และสะท้อนสัจธรรมความจริงของชีวิต ผมมีความเห็นว่า นักละคร ต้องสร้างตัวละครให้สามารถไปสู่คุณูปการดังกล่าว

 ดังนั้น หากวิเคราะห์บทละครที่ดีๆ (Masterpiece)หลายๆเรื่อง จะเห็นได้ว่าการจะสร้างบุคคลิกลักษณะของตัวละครให้สามารถทำหน้าที่ดังกล่าวมาได้นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องรังสรรค์ให้ตัวละครนั้นๆ สะท้อนความเป็นมนุษย์ได้อย่างรอบด้าน ทั้งความชั่ว ที่แฝงเร้นอยู่ในส่วนที่มืดดำของจิตใจ และความดี ความใฝ่ดีในจิตใจ (ซึ่งสุดท้ายเมื่อเจออุปสรรคใดๆก็ตามตัวละครจะใช้ความสำนึกดีในการเอาชนะอุปสรรค) เช่น อิดิปุส แฮมเล็ต หรือแม้กระทั่ง แดจังกึมที่คนไทยรู้จักดี

ผมมีความคิดเห็นว่า หากจะสร้างตัวแบบ (Model) ที่ดีสำหรับเยาวชน หรือประชากรในสังคม นักละครต้องใช้วิธีคิดใหม่... สร้างสรรค์ตัวละครใหม่ๆ ที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ได้อย่างรอบด้าน และกระตุ้นสำนึกใฝ่ดี

ผมบอกได้อย่างเดียวว่าหาก นักละคร ผู้จัด...ยังนำเสนอตัวละครที่สะท้อนความเป็นมนุษย์เพียงด้านเดียว (โดยเฉพาะด้านดำมืด) คนในสังคมยิ่งจะรับแบบแผนมาโดยไม่รู้เนื่อรู้ตัว ทำไมหนอ....บทละครที่ไม่ดียังคงสร้างกระแสได้ ท่ามกลางการตื่นตัวในเรื่องคุณธรรม และจริยธรรม

อาจกล่าวได้ว่า คนในวงการ หากไม่มี การคิดใหม่ สำนึกใหม่แล้วก็ยากที่จะทำให้สังคมเป็นสังคมแห่งความสุข

อย่างไรก็ดี ผมก็ดีใจ ที่คนตัวเล็กๆคนหนึ่ง พยามก่อร่างสร้างสิ่งดีๆแก่วงการบันเทิง อย่างน้อยเสีย ผมเชื่อมั่นว่า "ตำนานสมเด็จพระเนรศวร" จะสามารถทำหน้าที่ของละคร และการสร้างสรรค์ตัวละครที่ดี และกู้คืนศักดิ์ศรีวงการละครไทยได้ บ้าง ไม่มากก็น้อย หากคนในวงการลองลืมหูลืมตาพัฒนาผลงานของตัวเอง ด้วยวิธีคิด และสำนึกใหม่