ขออนุญาติคัดลอกมาเพื่อความต่อเนื่องในวงเสวนาสำหรับแกนนำr2r

ช่วงที่สองของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ลานเสวนา รอบนี้เริ่มต้นที่เวลา 10.30 – 12.00 น. เป็นรอบของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ความสุขในการบริหารเครือข่าย” จากผู้ที่ทำหน้าที่เป็น Knowledge Facilitator ของแต่ละโรงพยาบาล ตามที่เชิญมาร่วมถอดบทเรียนและสกัดความรู้นี้ก็มี

นพ. เอกรัฐ จันทร์วันเพ็ญ จากโรงพยาบาลสิชล

คุณเพ็ญประกาย สร้อยคำ จากโรงพยาบาลยโสธร

พญ.อัจฉรา นิธิอภิญญาสกุล จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

หากจะว่าไปแล้ว “ความหมายของการทำ R2R นั้นไม่ได้อยู่เพียงแค่ได้งานวิจัยหนึ่งเรื่อง หากแต่ว่าได้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนางานประจำที่ทำอยู่อย่างไรบ้างต่างหาก”... ดังนั้นความต่อเนื่อง และดำรงอยู่ของกระบวนการทำ R2R บทบาทของผู้เป็น Facilitator หรือคุณอำนวยตามภาษา KM นี้จึงเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ...

นพ.เอกรัฐ จันทร์วันเพ็ญ (รพ.สิชล) “R2R สร้างคนให้ช่างคิดและใฝ่รู้” เป็นบุคคลหนึ่งที่เคยได้รับรางวัล R2R ดีเด่นในระดับทุติยภูมิ ...และกลับไปขับเคลื่อนให้เกิดเครือข่ายเกิดขึ้นในองค์กรของตนเอง ... สิ่งที่คุณหมอไปขับเคลื่อนบริหารเครือข่ายนั้นได้บอกเล่าให้พวกเราฟัง ณ ลานเสวนาว่า...

ต้นทุนแห่งความสุขในการบริหารเครือข่ายของท่านคืออะไร / ท่านมีแรงบันดาลใจอย่างไรต่อการบริหารเครือข่าย

- การมีผู้นำที่ดี มีส่วนในการผลักดันให้เกิดกระบวนการเรียนรู้

- การทำงานเป็นทีม มีระบบการเชื่อมประสานของเครือข่าย

- มีการกระตุ้นให้ทุกหน่วยงานเข้าใจหลักการทำงานของ R2R

- การเชื่อมประสาน และวางแผน : ศึกษาปัญหา พิจารณาส่วนที่ขาดในองค์กร ซึ่งพบว่า องค์ความรู้การวิจัยของเจ้าหน้าที่มีน้อย จึงต้องสนับสนุนให้เกิดองค์ความรู้ดังกล่าว โดยการจัดหาอาจารย์ผู้ให้ความรู้ในเรื่องของสถิติและระเบียบวิธีการวิจัย

- การอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น high speed internet

โดยหนึ่งปีที่ผ่านมาท่านขับเคลื่อนงาน R2R ในองค์กรของท่าน คือ...

- เปิดตัวงาน R2R ในโรงพยาบาลเพื่อให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญ และเพื่อให้บุคลากรต่างๆ ในองค์กรรับทราบว่าผู้บริหารเห็นความสำคัญต่องานดังกล่าว

- กระตุ้นและวางแผนการทำงานเป็นระยะ

- ปูพื้นฐานความรู้ โดยเชิญนักวิชาการมาอบรม ให้ความรู้เรื่องระเบียบวิธีการวิจัย

- จัด Group Discussion โดยรวมกลุ่มบุคลากรที่มีความสนใจ / การดำเนินงานในเรื่องที่ใกล้เคียงกัน จนเกิดเป็นคำถามในการวิจัยและพัฒนาเป็นโครงร่างการวิจัย

- การนำเสนอผลการวิจัยผ่านเวทีต่างๆ เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง และมีการติดตาม กระตุ้นการดำเนินงานและจัดการแลกเปลี่ยนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

เมื่อมองถึงคุณค่าของการทำ R2R และร่วมผลักดัน ขับเคลื่อนเครือข่าย R2R ของคุณหมอเอกรัฐนั้น...คุณหมอเล่าอย่างมีพลังว่า...

- R2R สร้างคนให้ช่างคิดและใฝ่เรียนรู้ ให้รู้จักกระบวนการวิจัยในการทำงาน ช่วยแก้ปัญหา

- R2R เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพ เป็นการพัฒนางานประจำที่ใช้กระบวนการของงานวิจัยเข้ามาช่วยในการเก็บข้อมูลให้เป็นระบบมากขึ้น แล้วทำให้งานที่ออกมามีคุณภาพตามหลักเกณฑ์ของการวิจัยมากขึ้น และในการดำเนินงานครั้งต่อไป สิ่งใดที่เราจะปฏิบัติแตกต่างไปจากครั้งที่ผ่านๆ มา คือ...

- ขยายผลการดำเนินงาน R2R ไปสู่หน่วยบริการปฐมภูมิ เพื่อให้มีความเข้มแข็งขึ้น

- ใช้ R2R เป็นตัวขับเคลื่อนให้การพัฒนางานประจำดียิ่งขึ้น ทำให้คนทำงานมีความสุข เกิดความภูมิใจในงานที่ทำ และเกิดแรงกระตุ้นให้อยากทำงานยิ่งขึ้น

- ทีมบริหารให้การสนับสนุน ให้มีการทำ R2R ทุกหน่วยงานให้เกิดเป็นภาพรวมขององค์กรแห่งการเรียนรู้

- สำหรับคนที่เริ่มต้น อย่ามองว่างานวิจัยเป็นสิ่งที่ยาก ต้องมองว่าทำอย่างไรให้งานประจำของเราดีขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มจากศรัทธา มีความเชื่อมั่นในการทำงาน ให้คิดว่างานที่ทำเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน

“คุณหมอผู้คอยปกป้องดวงตาของผู้ป่วยเบาหวาน” ... พญ.อัจฉรา นิธิอภิญญาสกุล (รพ.มหาราชนครราชสีมา) พลังแห่งเรื่องเล่าที่ทำงานด้วยใจจากที่เป็นจักษุแพทย์คนเดียวในพื้นที่ ผลักดันและสร้างสรรค์...ให้เกิดการพัฒนางานประจำ ลดปัญหาความแออัดที่เกิดขึ้นจากงานที่ทำ สร้างและขายเครือข่าย...

คุณหมอเล่าให้ฟังว่า...ต้นทุนแห่งความสุขในการบริหารเครือข่ายของท่านคืออะไร / ท่านมีแรงบันดาลใจอย่างไรต่อการบริหารเครือข่าย

เริ่มจากการทำงานด้วยใจ ที่ต้องการพัฒนางานประจำให้คนไข้ได้รับบริการที่ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น เริ่มต้นจากสถานการณ์ที่มีผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมาก ซึ่งนำไปสู่การค้นหาสาเหตุที่ผู้ป่วยเบาหวานมารับบริการล่าช้า จึงค้นหาจะทำงานเชิงรุกเพื่อหาแนวทางป้องกันปัญหาดังกล่าว

หนึ่งปีที่ผ่านมาท่านขับเคลื่อนงาน R2R ในองค์กรของท่านอย่างไรบ้าง

เริ่มต้นจากเขียนโครงการเพื่อขออนุมัติซื้อกล้องดิจิตอลถ่ายภาพจอตา หลังจากที่ได้รับการอนุมัติแล้ว จึงจัดอบรมให้พยาบาลระดับปฏิบัติการหัดถ่ายภาพจอตา จัดอบรมให้แพทย์ใน รพช. อ่านภาพจอตา และใช้รถ refer จัดส่งกล้องหมุนเวียนไปยัง รพช. ต่างๆ ในจังหวัด ซึ่งการดำเนินงานในระยะแรกก็ประสบปัญหา ทั้งในเรื่องวิธีการใช้งาน การดูแลรักษาความสะอาด และการส่งข้อมูลจากการอ่านภาพจอตาช้า เนื่องจากแพทย์ที่เคยอบรมย้ายไปประจำอยู่ที่อื่น จึงเปลี่ยนวิธีมาสอนให้พยาบาลอ่านภาพจอตา และขออนุมัติซื้อกล้องเพิ่มอีก 1 ตัว และขออนุมัติจ้างเจ้าหน้าที่เทคนิคเพิ่มเติม เพื่อให้การบำรุง ดูแลรักษา และถ่ายภาพจอตา โดยให้พยาบาลเป็นผู้อ่านภาพจอตา และทำหน้าที่คัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้น และส่งข้อมูลการอ่านภาพมาทางอินเตอร์เน็ตมายังจักษุแพทย์ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยได้รับบริการรวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลาในการรอการเข้ารับการรักษา จากการประเมินผลการดำเนินการดังกล่าวแล้วพบว่า ประสิทธิภาพการอ่านภาพจอตาของพยาบาลและแพทย์ใกล้เคียงกัน ดังนั้น จึงได้ข้อสรุปว่า งานบางอย่างสามารถให้พยาบาลดำเนินการแทนแพทย์ได้ โดยการอบรมเพิ่มเติมความรู้ให้แก่พยาบาล

คุณหมอเล่าอย่างอารมณ์ดีและชวนมองถึงคุณค่าของการทำ R2R และร่วมผลักดัน ขับเคลื่อนเครือข่าย R2R ของท่านว่า...คืออะไร

การดำเนินการวิจัย ควรเป็นงานที่เป็น Priority โดยดูจากกลุ่มโรคที่เป็นปัญหา และเป็นความสนใจร่วมกันของเครือข่าย ต้องมีแผนงาน วัตถุประสงค์ และวิธีการดำเนินงานที่ชัดเจน รวมถึงการที่มีทีมงานที่มีความเข้มแข็ง และผู้บริหารที่ให้การสนับสนุน

ในการดำเนินงานครั้งต่อไป สิ่งใดที่เราจะปฏิบัติแตกต่างไปจากครั้งที่ผ่านๆ มาบ้าง เป็นคำถามที่ชวนให้ย้อนและน้อมกลับมามองในหน้างานของตนเอง คุณหมอได้ให้ทัศนะว่า...

การทำ retina center การสนับสนุนทางวิชาการและบริหาร การสนับสนุนให้กำลังใจบุคลากรที่ปฏิบัติงาน มีการติดตามการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนางานในอนาคต

สำหรับโรงพยาบาลยโสธร..."คุณอำนวยที่ไม่เคยหยุดอำนวยความรู้และการทำ R2R" ที่เริ่มต้นเหมือนการทำ R2R แบบลูกทุ่งๆ อย่างที่ข้าพเจ้าชอบบอกใครๆ ว่าข้าพเจ้าทำ KM แบบลูกทุ่ง...คุณเพ็ญประกาย สร้อยคำ (รพ.ยโสธร) ได้เล่าถึงที่มาของการเกิดเป็น R2R ของยโสธรว่า...มาจากการจับมือร่วมคิดร่วมกันทำของคนหน้างาน ไม่ได้เป็นเป็น functional ที่เป็นรูปร่างอย่างเป็นทางการ...

โดยมีต้นทุนแห่งความสุขในการบริหารเครือข่ายหรือแรงบันดาลใจต่อการบริหารเครือข่าย

คุณเพ็ญประกายเล่าว่า... “เริ่มต้นจากความชอบส่วนตัวในการทำงานวิจัย และพบสถานการณ์ที่โรงพยาบาลยโสธรไม่ค่อยมีผลงานการวิจัย หรือแม้จะมีผลการวิจัย แต่ก็ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง จึงคิดจะนำงานประจำที่ทำอยู่ไปต่อยอดเป็นงานวิจัยที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง” หนึ่งปีที่ผ่านมาได้มีการขับเคลื่อนงาน R2R ในองค์กร คือ...

หลังจากที่ รพ.ยโสธรได้รับรางวัล R2R ในปีที่ผ่านมา รพ.ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้ที่มีความสนใจงาน R2R / เขียน web blog เผยแพร่งาน R2R / เอื้ออำนวยให้เกิดกระบวนการเรียนรู้การทำ R2R ในองค์กร โดยการทำ work shop ให้แก่บุคลากรต่างๆ ในองค์กร / จัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ Researcher manager ในโรงพยาบาล

ต่อข้อคำถามที่ว่า...คุณค่าของการทำ R2R และร่วมผลักดัน ขับเคลื่อนเครือข่าย R2R ของท่านคืออะไร

คุณเพ็ญประกายบอกว่า...คือ....การมีส่วนในการกระตุ้นให้บุคลากรต่างๆ ในโรงพยาบาลที่ไม่เคยมีความรู้เรื่องระเบียบวิธีการวิจัยสามารถทำงานประจำให้ผลักดันไปสู่งานวิจัยได้ และในการดำเนินงานครั้งต่อไป สิ่งใดที่เราจะปฏิบัติแตกต่างไปจากครั้งที่ผ่านๆ มาบ้าง...จากคำถามนี้คุณเพ็ญประกายได้...ชี้และชวนให้มองไปที่งานที่ตนเองได้ทำและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือ...การดูแลและสร้างเครือข่ายผู้ป่วยเบาหวาน...

“ปีที่ผ่านมาได้ทำโครงการการดูแลสุขภาพเท้าของผู้ป่วยเบาหวาน ปีนี้จึงพัฒนางานต่อเป็นการดูแลเท้า และการจัดการแผลที่เท้าของผู้ป่วยทั้งอำเภอ การจัดทำคลินิกสุขภาพเท้า การให้ความรู้ผู้ป่วยในการดูแลเท้า และวางแผนจะขยายผลการดำเนินสู่สถานีอนามัยเครือข่าย โรงพยาบาลใกล้เคียง และอำเภอใกล้เคียง”

จากที่ได้ฟัง...ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นในองค์กรนั้น...พบว่าจุดร่วมที่คล้ายกันนั่นคือ “ใจ” ที่ทำด้วยความศรัทธาต่อการพัฒนางานประจำให้ดีขึ้น ได้รับการสนับสนุนอย่างที่เป็นทั้งแบบทางการและไม่เป็นทางการ...มีความอดทน และมีใจที่เข้มแข็ง...

การที่จะทำให้การขับเคลื่อน R2R ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับบทบาทของ Knowledge Facilitator เป็นสำคัญ... Far หรือคุณอำนวยนี้ จะท้อหรือหยุดไม่ได้ ต้องมีใจที่เข้มแข็งและอดทน ดั่งที่คุณหมออัจฉราเน้นย้ำ... แววตาแห่งความมุ่งมั่นของทั้งสามท่าน เป็นสิ่งหนึ่งที่บอกได้ว่า เอาจริงและกัดไม่ปล่อย ดั่งเช่นที่คุณหมอเอกรัฐ...ว่าไว้นั่นเอง

ความสุขที่ปรากฏ...ไม่ได้บอกผ่านเป็นอักษร หาแต่อยู่ในแววตา และรอยยิ้มของทั้งสามท่าน ใจที่เปี่ยมด้วยความเสียสละและมุ่งมั่นที่อยากให้ผู้อื่นได้ลิ้มลองความสุขจากการทำ R2R เคลื่อนไปสู่การขยายเครือข่าย...นี่แหละคือ การแบ่งปันอย่างแท้...