สวัสดีค่ะ คุณ ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม,

 

ขอบคุณมากค่ะ ที่กรุณาให้เกียรติแวะมาเยือนถึงนี่

 

ก่อนอื่นต้องบอกอีกทีว่าชอบชื่อนี้ของคุณจังค่ะ 

 

เสียดายจังไม่ยักรู้ว่าเขาให้ใช้ชื่อนี้เป็นนามแฝงได้ด้วย

 

ไม่งั้นคงขอ(ชิง)ใช้ไปแล้ว ฮิ ๆ

 

อ้าววววววว

 

อ่านความเห็นแล้วตกลงยังกลายเป็นยังต้องลุ้นกันอยู่หรือคะ  แหะๆ

 

หมายถึงยังหนักถึงขนาดในภาพเลยหรือคะคุณผู้ไม่ประสงค์ออกนาม?

 

ไหนว่าปฏิบัติธรรมแล้วนี่นา  ฮิ ๆ

 

เอาเป็นว่าอดีตเป็นไงช่างมัน

 

วันนี้เริ่มต้นใหม่ก็แล้วกันนะคะ จะเอาใจช่วยสำหรับการต่อสู้กับมารในยกต่อไปค่ะ

 

เราทั้งหลายต่างก็ยังต้องว่ากันไปทีละยกน่ะนะคะ

 

แต่ถ้าอยากเลิกได้ถาวรล่ะก็  มีทางอยู่นะคะ

 

หมายถึงมีที่ฝึกที่ดีน่ะค่ะ

 

ตัวเองไม่ได้เคย "ติด" ถึงขนาดต้องอาศัยการฝึกเพื่อให้เลิก  แต่เนื่องจากเคยไปเก็บข้อมูลทำวิทยานิพนธ์อยู่ก็เลยเห็นตัวอย่างมาเยอะ

 

ที่ศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่นี่แหละค่ะ

 

วิธีฝึกมีอยู่  สถานที่ก็มีอยู่  คนที่เห็นผลก็มีมาก ถ้านับย้อนไป ๒๐ ปีตั้งแต่ตั้งศูนย์มาก็คงหลายหมื่น

 

แค่นับจากที่ตัวเองเห็นช่วง ๓-๔ ปีนี้ก็เป็นเรือนพันแล้ว

 

อ่านเฉย ๆ มันไม่  "เข้า"  ไปใน "ใจ" เหมือนลองทำเองหรอกค่ะ 

 

อันนี้ไม่ได้ว่าเอง แต่พระพุทธองค์ทรงเคยตรัสไว้กับพระอานนท์ว่า

 

ธรรมทั้งหลายไม่อาจทำให้แจ้งไปด้วยกระบวนการถามตอบธรรมดา

 

หากต้องปฏิบัติเองให้แจ้งเข้าไปในใจ

 

จึงจะหายสงสัย

 

ในที่นี้  หมายถึงการเจริญสติน่ะค่ะ

 

พอไปฝึกพื้นฐานเองเป็นแล้ว  มันก็พอจะอาศัยนำมาฝึกใช้ต่อในชีวิตประจำวันได้อีกเรื่อย ๆ

 

แบบไม่ต้องไปอ่านหนังสือเล่มใด ๆ เพิ่มอีกแล้วน่ะค่ะ เรื่องของเรื่อง

 

หรือถ้าอ่าน  ก็คงจะเข้าอกเข้าใจในมิติที่ลึกซึ้งขึ้น

 

นี่ก็ว่าตามประสบการณ์เล็กน้อยๆ ระดับอนุบาลที่มีอยู่น่ะนะคะ

 

ไม่ต้องเชื่อก็ได้

 

ไม่เชื่อยิ่งดี

 

แต่ต้องไปพิสูจน์ค่ะ  ฮี่ๆๆ

 

สวัสดีค่ะ,

 

ณัชร