ดวงตาคือหน้าต่างแห่งความคิด   ยามชื่นจิตมืดมัวมากั้นขวาง

ดวงตาเป็นตะเกียงเคียงนำทาง    ส่องสว่างไสวกลางใจคน

 

ในบางครั้งดวงตาก็บอดเศร้า          ปล่อยให้เงาความชั่วมาตกหล่น

แม้มีหนังเป็นเกาะกันกำแพงชน     ลมในตนก็แสดงออกเพียงหายใจ

 

แม้ทุกสิ่งทุกอย่างคือชีวิต        จะเป็นพิษเมื่อขาดไปได้ไฉน

เรารักตัวรักตน ล้นเพียงใด       ยอมให้ใครมาทำลายคงไม่มี

 

ทุกสิ่งสรรพในร่างกายของมนุษย์ เลวบริสุทธ์อย่างไรใช่รู้ที่

ต้องเข้มแข็งป้องกันพันทวี    เพื่อชีพนี้ คงอยู่ให้เนานาน

 

ตัวตนรักตัวตนนะดีแล้ว   เพื่อคลาดแคล้ว จากจิตวิตถาร

ดำรงตนมีภารกิจชีวิตงาน  ไปพร้อมกาลเพื่อตัวตนนิรันดร

 

ก่อนที่จะรักใครอื่น ให้รักตัวตนเสียก่อน  ชีวิตนี้เพื่อตนและงาน

 

ดิฉันเป็นเพียงนักแต่งกลอนสมัครเล่น  ไม่มีเล่นคำลีลาพลิกแพลง แต่ก็พยายามแต่ง  ส่วนมากไม่ได้แต่งหรอก เพียงแต่คิดอยากแต่ตอบกลอนคนเท่านั้น  จะเขียนเองไม่มีลีลา หรืออารมณ์รักอะไร มันก็เลยเขียนไม่ออก ที่แต่งนี้ตนเองคิดว่ายังไม่ไพเราะเพราะ  ธรรมดาอยู่  เลยไม่กล้าดึงไปให้คนอื่นเขาดู  กลัวว่าเชย ให้ท่านช่วยเกลาที  ขัดเกลาให้มันไพเราะตามแบบฉบับกลอนแปดนี่แหละ เมื่อเพราะแล้วถึงจะดึงไป  หรือท่านว่าอย่างไร

 

และการแต่งกลอนแต่ละครั้ง ต้องมีโจทย์ออกมา ว่าจะแต่งเกี่ยวกับอะไร ไม่มีโจทย์ซักที  แต่ถ้าไปเห็นบทกลอนคนอื่น อยากตอบเขา นิสัยเสียตรงนี้แหละอะคะ