สวัสดีค่ะ คุณ ดอกแก้ว,
ขอบพระคุณค่ะที่กรุณาแวะมาให้ความรู้ที่ว่าในเมืองสุรินทร์ไม่เห็น
และแถวหมู่บ้านจะไม่มีตอนช่วงเกี่ยวข้าว
แสดงว่าช่วงเกี่ยวข้าวนั้นคนมีจิตสำนึกสาธารณะเยอะ
เลยไม่ค่อยคิดจะมีแก่ใจไปเมาสนุกเล่นส่วนตัวหรือคะ?
ประเด็นมีคนนั่งประกบด้วยก็น่าสนใจค่ะ
ที่ญี่ปุ่น บ้านคงจะไม่ได้อยู่ทางเดียวกันน่ะนะคะ คิดว่า
และรถขบวนสุดท้ายก็คงหมายความว่า
ทางใคร...ทางมัน จริง ๆ
ยังเคยนึกเหมือนกันค่ะว่า ตอนเริ่มแยกกัน เพื่อน ๆ เขาเห็นหรือเปล่า
หรือเขาไปเมากันคนเดียว?
หรือแยกกับเพื่อนแล้วไปกินเองอีก?
โอ...เกินความคาดเดาจริง ๆ ค่ะ
และคนที่เมาจริง ๆ บางคนนั้น คาดว่า เวลานั่งอาจจะไม่รู้สึก
เพื่อนฝูงก็คงอาจจะไม่เห็น
แต่จะรู้ตัวก็เมื่อสาย
คือเมื่อต้องยืน
หรือเดิน
หรือเปลี่ยนอุณหภูมิมั้งคะ
ยิ่งเจอการปีนบันได ขึ้นบันได ลงบันได ในสถานีรถไฟยิ่งแล้วใหญ่
มันไม่ได้เป็นบันไดเลื่อนทุกแห่งน่ะนะคะ
บางที่ก็ชั้นชัน แล้วก็ต่อหลายบันไดมาก
น่ากลัวจะตกลงมาคอหักตายมากเลยล่ะค่ะ แหะ ๆ
สงสารเขานะคะ
แค่เราต้องปีนบันไดเหล่านั้น
บางวันยังเหนื่อยแทบแย่แล้วเลย
บางวันหมดแรงน่ะค่ะ
แล้วคนที่เมาล่ะ?
ไม่ยิ่งไปกันใหญ่หรือ?
สงสาร...เฮ้อ....
หวังว่าเขาคงจะเรียนรู้ได้สักวันหนึ่ง
จากวันใดวันหนึ่งที่เขาแอ้งแม้งนี่น่ะค่ะ
สวัสดีค่ะ,
ณัชร