ใช่ คุณ ดอกแก้ว พูดถึงนกน้ำ  ได้มีโอกาสเห็นนกกระสายืนขาเดียวในสวนสาธารณะใหญ่ตอนไปเดินออกกำลังกายด้วย  เสียดายรีบถ่ายรูปไปหน่อยภาพเลยไหว 

 

ไม่รู้นี่นากลัวมันเอาขาลง ฮิ ๆ  หรือกลัวมันบินหนีไป

 

 ก็ภาพที่เห็นมันย้อนยุคมากเลยน่ะ คุณดอกแก้ว นกสีขาวตัวยักษ์มันยืนอยู่ในบ่อน้ำใหญ่น้อง ๆ บึง กึ่งทะเลสาบน้อย ๆ (นึกออกไหม แหะ ๆ) แล้วล้อมรอบด้วยต้นไม้ทึบ ข้างหลังมีภูเขา  

 

 ไม่อยากเชื่อเลยว่าอยู่ถัีดจากที่พักกลางกรุงโตเกียวนี่แหละระยะวิ่งเหยาะ ๆ ไปไม่ถึง ๑๕ นาที

 

เป็นสวนของครอบครัวพวกซามูไรเก่านี่แหละ  หน้าตาเหมือนพวกสวนของท่านโชกุนในการ์ตูนอิ๊คคิวซังเลย  แล้วทางครอบครัวบริจาคให้รัฐบาล

 

ตัวบ้านก็ยังมีอยู่นะ  เขาคงจะทำเป็นสำนักงาน

 

บนเขา เขาก็ทำเป็นทางวิ่ง ๆ เดิน ๆ แ้ล้วมีราวไม้ให้จับบ้างกันลื่น  

 

ให้ประชาชนแถวนั้นได้ไปออกกำลังกายกัน

 

มีนกแอบอยู่เยอะเหมือนกัน  ร้องหลายเสียงมาก  ตัวโต ๆ  แต่ไม่รู้จักว่ากี่ชนิด  เสียดายจัง

 

ถ้าเด็ก ๆ จากเด็กรักป่าไป  คงได้สอนพี่ณัชร (ฮิ ๆ รีบนับตัวเองเป็นพี่)

 

ชื่อสวน ชิน เอโด กาว่า น่ะ คุณดอกแก้ว

 

แต่ไม่มีกานะ  ฮิ ๆ (ค่อยยังชั่ว)

 

กาญี่ปุ่นจะออกหากินตอนเช้่าตรงเวลามากค่ะ

 

ไม่ต้องมีนาฬิกาปลุกนะคะ  ใครจะไปเรียนโตเกียว ฮิ ๆ

 

ประมาณ ๖ โมงเช้านี่แหละ  ไม่ว่าข้่างนอกจะสว่าง จะมืด ประการใด

 

พี่กาของเราจะมาแล้ว  (ทำเสียงแบบผู้ร้ายหนังไทยนะคะ)  "....กา!...กา!..." ฮิ ๆ

 

อ้อ, แต่น่าสนใจอยู่อย่างค่ะ  รู้สึกว่าวันที่แผ่นดินไหวที่โตเกียวนั้น  ไม่ได้ยินเสียงกานะคุณดอกแก้ว

 

คิดว่าเขารู้นะ  ไม่รู้เขาหนีไปไหนก่อน  

 

เพราะมันไหวตอนเช้าน่ะ  จำได้  ตอนนั้นยังนอนแอ้งแม้งอยู่

 

(แหะ ๆ คือตื่นสายด้วยล่้ะ  นอนเพลิน ก็วันเสาร์นี่นา)

 

ไม่มีพี่กามาปลุกน่ะ

 

รู้สึกเหมือนนอนในเรือแบบเรือเดินสมุทรแล้วมีคลื่น

 

แล้วนึกขึ้นได้ว่า  เอ...ฉัีนไม่ได้อยู่บนอันดามัน ปริ๊นเซสนี่หว่า....

 

อาการนอนไหวไปไหวมาเหมือนนอนเปลก็เลยรู้สึกกึ่ง ๆ น่ากลัวขึ้นมาโดยฉับพลัน

 

อ้าว นอกเรื่องนกเรื่องกา ไปเสียแล้ว

 

ว่าแต่ว่าไอเดียคุณดอกแก้วดีมากเลยค่ะ  ที่ว่าจะให้สมาชิก g2k ช่วยกันมองรอบบ้าน  หานก แล้วรายงานกันว่ามีอะไรบ้าง

 

เป็นกิจกรรมเสริมสร้างการเจริญสติ  และการตระหนักรู้ต่อธรรมชาติรอบตัวดีนะคะ

 

ไปญี่ปุ่นรอบหลังนี้รู้สึกชัดเลยว่า  เขามีจิตสำนึกสาธารณะกันเยอะ

 

  ส่วนหนึ่งเพราะเขามีการฝึกการตระหนักรู้ต่อความรู้สึก ความต้องการของผู้อื่ืน  รวมทั้งธรรมชาิติด้วย  อยู่เสมอในชีวิตประจำวันนั่นเอง 

 

เรื่องนกของคุณดอกแก้วจุดประกายเยอะดีจังค่ะ

 

อ๋อ...มาดามวากาโกะอายุเจ็ดสิบกว่าแล้วค่ะ

 

แต่เชื่อไหมคะ  มือไม่สั่นเลยน่ะ

 

ใช่ค่ะ วาดมาตลอดชีวิตขนาดนั้น  วาดมาหมดแล้วน่ะ ๔๐๐ ชนิดนก  

 

แต่ท่าทางท่านจะชอบวาดดอกไม้นะ  เป็นคนรักสวยรักงาม

 

สามีท่านเสียไปแล้ว  เป็นคนสิงคโปร์ที่มีกิจการอยู่ทั้งที่ไทยและสิงคโปร์

 

มาดามเคยมีงานแสดงภาพที่สิงคโปร์ และมีภาพวาดลงหนังสือที่นั่นด้วย  ของสมาคมภาพวาดพู่กันจีนน่ะนะคะ

 

นับว่าโชคดีมากที่ท่านจากญี่ปุ่นมาก็มาอยู่เมืองไทย

 

และนับว่าโชคดีมากที่ได้อยู่คอนโดเดียวกับท่านมานาน  เดินออกกำลังกายก็เห็นหน้ากันตลอด

 

ก็ทราบน่ะนะคะว่าท่านสอนบ้าง  แต่ตอนนั้นยังไม่สนใจ

 

จนกระทั่งไปเรียนดาบนั่นแหละ  บางครั้งเอาดาบไปซ้อมข้าง ๆ สวนบ้าง เพราะมันมีน้ำตก (จะเอาบรรยากาศน่ะ  ยิ่งกลางคืนมีพระจันทร์ด้วยสุดแสนโรแมนติค)

 

วันหนึ่งเดินสวนกับมาดามที่ชั้นลอยที่เป็นสวน  นึกยังไงก็ไม่รู้  บอกท่านว่าอยากเรียนวาดภาพ  ต้องทำยังไงบ้าง 

 

ตอนนั้นเพิ่งซ้อมดาบเสร็จมั้ง  เพราะจำได้ว่าพกอยู่ในห่อผ้าไหมสีน้ำเงินที่เซนเซให้ด้วย

 

ท่านก็ยิ้ม ๆ  บอกว่าไม่ต้องเตรียมอะไรหรอก  แค่มาที่ห้องท่านแค่นั้นแหละ อุปกรณ์เีดี๋ยวท่านจัดให้เอง   แล้วก็ชมว่าเป็นเด็กที่ขยันมีงานอดิเรกดี   เรียนดาบนี้เป็นสิ่งที่ดีมากนะ 

 

คนญี่ปุ่นเขามักจะมีอะไรผูกพันพิเศษกับดาบซามูไรนะคะ เท่าที่สังเกตุดู  คนโบราณน่ะค่ะ  โดยเฉพาะพวกที่รู้ว่าเรียนแบบสมาธิเนี่ย

 

ไว้วันหลังสงสัยต้องไปค้นบล๊อกเก่า ๆ เรื่องที่เคยเขียนถึงมาดามเอาไว้แล้ว  ชักจะคิดถึง  แหะ ๆ  แต่คงไม่มีเวลาไปเรียนแล้วนี่  เพราะเรียนทีหลายชม.เลย 

 

แล้วมาดามยังขยันลุก ขึ้นมาทำกับข้าวให้อีก   อ้วนเลยค่ะตอนนั้น  มาดามทำโซบะอร่อยสุด ๆ

 

ฮือ ๆ หิวแล้วน่ะ คุณดอกแก้ว

 

แล้วคุยกันใหม่นะคะ  เดี๋ยวไปหารูปกาญี่ปุ่นให้คุณดอกแก้วก่อนดีกว่า

 

สวัสดีคุ่ะ,

 

ณัชร