สวัสดีค่ะ คุณดอกแก้ว,

 

เข้ามาฟังเสียงนกร้องแล้วก็นึกภาพนกสีสันต่าง ๆ ไปด้วย  รู้สึกสนุกเพลิดเพลินและตื่นเต้นไปกับเด็ก ๆ ด้วยจังค่ะ

 

แถมได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ ๆ ชื่อนกตอนท้ายอีก  ไม่เคยรู้จักมาก่อนซักชนิดเลยค่ะ  ชื่อภาษาอังกฤษน่ะนะคะ

 

มาสะดุ้งโหยงก็เจอนกหน้าตาน่ากลัวของคุณขจิต ฮิ ๆ ๆ (ล้อเล่นนะคะ) นั่นแน่  ทำเป็นเล่นไป  นกยูงมีการรำแพนหางได้ด้วย

 

บังเอิญตอนนี้ย้ายมาอยู่อีกคอมพ์นึง  ไม่งั้นจะไปค้นรูปที่ถ่ายนกบางชนิดมาจากญี่ปุ่นมาฝากด้วยค่ะ

 

ก็ไม่ได้ถ่ายเยอะหรอกค่ะ  แต่ที่ว่าจะนำมาฝากก็เพราะญี่ปุ่นมีนกที่เหมือนเราอยู่อย่างนึง

 

ตอนคุณดอกแก้วไปอยู่แคมป์ที่โยโยกิก็ดี  หรือไปฮิโรชิม่าหรือที่ใด ๆ ก็ดี  เคยสังเกตุไหมคะ

 

ก็เจ้า "กา" นี่ล่ะค่ะ

 

กาญี่ปุ่นนั้น ตัวใหญ่กว่าของเรามากเลยนะคะ คิดว่า

 

คือก็ไม่ค่อยได้สังเกตุเห็นของเราเท่าไหร่  แต่ที่นู่นรู้สึกจะตัวเบ้งมากเลย

 

และของเราจะร้องแบบสุภาพหน่อย  เสียงเบา ๆ "..กา...กา..."

 

แต่ของญี่ปุ่นไม่ทราบเป็นเพราะตัวใหญ่  เส้นเสียงพลอยใหญ่ไปด้วย  แล้วก็มีลักษณะนิสัยจริงจัง ขึงขัง เข้มแข็งเหมือนคนญี่ปุ่นไปด้วยหรือเปล่า

 

เพราะเวลาได้ยินเสียงกาญี่ปุ่นร้องแต่ละทีนี่  สะดุ้งทุกทีเลยค่ะ แหะ ๆ

 

เพราะมันร้องเสียงดังและใหญ่มาก  อย่างกับเสียงมนุษย์ผู้ชายมาร้องชนิดที่ต้องขอใช้คำว่า ตะเบ็งกึ่งตะคอก หรือว่าแหกปากอยู่ใกล้ ๆ หูเรานี่เลยว่า "....กา!..กา!... "

 

บางทีก็เกือบจะขำน่ะนะคะ เพราะคำว่า "กา" นั้นชัดถ้อยชัดคำดีมาก จนอยากจะหันไปพูดกับมันว่า "จ้า....รู้แล้วจะว่าเธอเป็นกา"   หรือไม่ก็ "จ้า..รู้แล้วว่้าพี่กามาแล้วนะจ๊า...." 

 

เนื่องจากพี่กาของญี่ปุ่นนั้นประกาศชื่อตัวเองชัดมาก ๆ เลยน่ะค่ะ  ก็เลยทนไม่ไหว  วันหนึ่งถามคนญี่ปุ่นว่า  เออ...นี่ นกตัวใหญ่ ๆ สีดำเนี่ย  ที่แหกปากร้องไม่หยุดเลยเนี่ย  บ้่านเธอเขาเรียกว่าอะไร  บ้านฉันเขาเรียกว่า "กา" น่ะ  

เพื่อนคนญี่ปุ่นบอกว่้า  เขาเรียกว่า "การาสุ" ค่ะ

 

อือ...แปลกดีเหมือนกันเนอะ  ทีอย่างนี้ตั้งชื่อเสียเพราะและยาวกว่าเราอีก  ปกติชอบเรียกอะไรสั้น ๆ แล้วมีแต่พี่ไทยนี่แหละที่ออกจะวิลิศกว่าโดยทั่วไปถ้าเป็นเรื่องของชื่อเสียงเรียงนามต่าง ๆ

 

ไม่ทราบว่า กา เมืองไทย  มีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง  แต่กาญี่ปุ่นชอบรื้อและกินขยะน่ะค่ะ  รวมทั้งซากสัตว์ต่าง ๆ ด้วย  คนญี่ปุ่นเลยมองว่ามันสกปรก

 

เลยกลายเป็นการแวะมา ลปรร เรื่องนก เรื่องกา ไปเสียแล้ว  ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้มีความรู้อะไรเรื่องนี้กับเขาหรอก แหะ ๆ

 

แต่ที่แน่ ๆ อยากฟังเสียงกาเหว่าจังค่ะ  

 

อ้อ, บ้านอาจารย์ที่ปรึกษาที่ญี่ปุ่นเลี้ยงนกกระตั้วด้วยค่ะสองตัว

 

สีสวยเหมือนของเมืองไทยเลย  สีม่วงตัวนึง สีเหลืองตัวนึง  ชอบแย่งกันส่องกระจกทั้งคู่เหมือนกัน

 

พูดได้ด้วยค่ะ  นาน ๆ ทีมันก็พูดคำว่า "โอนี่..." ขึ้นมาคำนึง  แปลว่า "พี่ชาย" ค่ะ

 

ยังดีนะนี่  ที่ไม่พูดว่า "ที่รัก"  หรืออะไรทำนองนี้  ฮิ ๆ ภรรยาอาจารย์ที่ปรึกษายิ่งขี้อายอยู่  ฮี่้ ๆ

 

นกกระตั้วญี่ปุ่นสุภาพด้วยค่ะ  โค้งจังเลยนั่น จนเราเกือบจะเผลอโค้งกลับ ฮิ ๆ (เอ...หรือเราคิดไปเองว่ามันโค้งให้เรา)

 

คนญี่ปุ่นก็ชอบดูนกค่ะ  ชอบวาดรูปนกด้วย  เคยไปเรียนวาดภาพพู่กันแบบโบราณกับมาดามญี่ปุ่นอาวุโสท่านหนึ่ง  ท่านงัดหนังสือต้นแบบขึ้นมาให้ดูจะเป็นลมตาย  มีนกญี่ปุ่นตั้ง ๔๐๐ กว่าชนิดได้มั้งคะเล่มนั้น  ฉัีนจะวาดจบไหมนี่ชีวิตนี้

 

เลยต่้อรองว่าขอวาดภูเขา น้ำตก ทะเลสาบ กับ บ่อน้ำและปลาคาร์พแทนได้ไหม  เพราะไม่ชอบนกขนาดนั้น แหะ ๆ (๔๐๐ ชนิดเนี่ยนะ)

 

แต่มาดามบอกว่าต้องเป็นขั้นตอนค่ะ  ก็ต้องทนวาดดอกไม้ใบหญ้าไปก่อน  ซึ่งไม่ค่อยชอบเลย  นอกจากต้นไผ่  สงสัยจะเคยเกิดเป็นหมีแพนด้า

 

แล้วก็พัฒนาไปวาดนก  ซึ่งออกมาหน้าตาเหมือนนกคุณขจิตเลยค่ะคุณดอกแก้ว  ฮือ ๆ

 

ทนทรมานกับนกมามากแล้ว เกือบจะกราบลา  ก็ได้ไปวาดภูเขาสมใจ  เย้ ๆ

 

สงสัยแววจะออก  มาดามวากาโกะคงจะเชื่อแล้วว่าชอบวาดภูเขากับทะเลจริง  ๆ  ก็เลยอนุมัติให้วาดอย่างที่ชอบได้  ฮิ ๆ (ภูเขาวาดง่ายหน่อยค่ะ  แต่ทะเลจะยากกว่า)

 

แต่ไปเกิดสุด ๆ ก็ปลาคาร์พนั่นเอง  มาดามพยักหน้าหงึกหงักบอกว่าผ่าน  แหะ ๆ  

 

พอดีหมดแรงเรียน   แล้วป่วยด้วยก็เลยเลิกไป เพราะตอนนั้นเรียนเนื่องจากต้องการพัฒนาวิชาดาบ  โรแมนติคดีไหมคะ 

 

วันนี้ได้อ่านที่คุณดอกแก้วบรรยายถึงนกโพระดกหูเขียวนี่  นึกถึงหนังสือนก ๔๐๐ ชนิดสำหรับวาดภาพพู่กันสีน้ำของมาดามคนญี่ปุ่นขึ้นมาทันที

 

แต่ท่าทางฟังดูแล้วนกที่วาดด้วยสีไม้น้ำของเด็ก ๆ จากเด็กรักป่าคงจะสวยกว่าแน่นอนค่ะ  

 

อยากไปเข้าค่ายอย่างเด็ก ๆ มั่งจัง  (แต่ขอไปส่องกล้องเฉย ๆ นะคะ  ขอไม่วาดนก  แหะ ๆ)

 

สวัสดีค่ะ,

 

ณัชร