To: Archanwell
Subject: ความคิดเห็นของอาตมาเกี่ยวกับพระไร้สัญชาติ
Date: Wed, 15 Jul 2009 21:13:42 +0700
เจริญพรอาจารย์แหวว และทุกท่านที่เกี่ยวข้อง
ขอใช้สัพพนามคำว่าผม แทนตัวนะครับ อาจจะไม่เหมาะกับการที่จะใช้กับฆราวาสทั่วไป ก็ต้องขออภัย เพราะอย่างน้อยคิดว่าก็คงมีเพื่อสหธรรมมิกคงจะได้อ่านเมลฉบับนี้
สำหรับการตั้งวงเสวนาในเรื่องของพระไร้สัญชาติเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี ดังนั้นผมจึงขอกล่าวเป็นข้อ ๆ เพราะไม่ถนัดเรื่องเขียนหนังสือเท่าไร หากงงหรือไม่เข้าใจก็ต้องขออภัย จะพยายามเขียนให้งงน้อยที่สุดครับ
๑. จำนวน หรือสถิติถือเป็นเรื่องที่สำคัญ พระที่ไร้สัญชาติ หรือที่ไม่มีสัญชาติไทย มีเท่าไร เพราะตอนนี้เรายังไม่รู้จำนวนที่แน่นอน แม้ช่วงนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้จัดเก็บประวัติของพระภิกษุทั่วประเทศที่บวชตั้งแต่ ๕ เดือนขึ้นไปแล้ว ก็ไม่แน่ว่า ข้อมูลที่ได้จะมีข้อมูลที่เป็นพระไร้สัญชาติ หรือไม่ได้สัญชาติไทย หรือไม่อย่างไร
เรื่องนี้ หากเราจะสำรวจจำนวนพระที่ไร้สัญชาติ หรือพระที่ไม่ได้สัญชาติไทย และบวชถูกต้องตามกฎมหาเถรสมาคมว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์ ก็คงทำได้ แต่อยากนิดเพราะอาจต้องผ่านองค์กรสงฆ์เป็นผู้สั่งการ อาจเป็นมหาเถรสมาคมเป็นผู้เห็นชอบ โดยต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ในการที่จะต้องกล้าในการเปิดเผยข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น
ตัวเจ้าของปัญหาเอง (เพราะผมคิดว่า บางท่านอาจจะกลัวมีปัญหาเลยไม่กล้าที่จะเปิดเผยถึงประวัติตัวเอง) เพื่อที่จะได้มีข้อมูล หรือรู้ถึงสถานะความเป็นจริงของท่านว่าเป็นอย่างไร จะได้มีวิธีแก้ที่ถูกต้อง
เจ้าอาวาส ก็จะต้องกล้าในการที่จะให้ข้อมูล หรือบางส่วนอาจจะไม่ทราบด้วยซ้ำว่าพระรูปนั้นรูปนี้ ท่านไร้สัญชาติหรือไม่มีสัญชาติไทย ( อันนี้คิดเองนะครับว่า คนที่ไม่มีสัญชาติไทย ก็ถือเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองใช่หรือไม่ครับ ถ้าใช่ ก็ถือว่าเจ้าอาวาสในฐานะที่เป็นเจ้าบ้าน ก็ต้องถือว่าให้ที่พักพิงแก่คนต่างด้าวถือว่ามีความผิดหรือไม่ เพราะเชื่อว่าบางส่วนก็อาจมาพำนักอยู่ในวัดโดยไม่ได้ขออนุญาตก็ได้ และถ้าถือว่ามีความผิด ก็จะต้องมีหลักประกันหรือชี้แจงในหนังสือไปว่าไม่มีความผิด เพื่อที่ว่าท่านจะได้กล้าเปิดเผยข้อมูล และเชื่อว่าท่านเหล่านั้นก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าอาวาสหรอก)
ตามข้อนี้อาจเป็นเรื่องใหญ่ ในการที่จะขอข้อมูล จะเป็นไปได้หรือไม่หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น
๑.ตัวแทนจากกรมการปกครอง ที่เกี่ยวกับเรื่องสัญชาติ
๒.ตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว เพื่อจะได้หารือเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่ว่าหากเจ้าอาวาสให้ที่พักพิงกับพระท่านเหล่านั้นจะมีความผิดหรือไม่ เพื่อให้ตัวแทนจากมหาเถรสมาคมได้รับทราบข้อมูลด้วย
๓.ตัวแทนจากมหาเถรสมาคม ในการที่จะมารับทราบปัญหาโดยตรงจากกรมการปกครองก็ดี พระไร้สัญชาติ หรือไม่มีสัญชาติไทยก็ดี
๔.ทีมงานของคณะอาจารย์
๕.ตัวแทนผู้ที่ได้รับผลกระทบ คือพระที่ไร้สัญชาติ หรือไม่มีสัญชาติไทย
๖.ตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะที่กำกับดูงานด้านพระพุทธศาสนา
๗.ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง ๒ แห่ง คือ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
หากตัวแทนเหล่านั้นมาร่วมประชุมกัน เพื่อหาข้อสรุปในการที่จะดำเนินการว่าจะดำเนินการไปในทิศทางใด จะสำรวจหรือไม่อย่างไร โดยให้ได้ข้อสรุป เพื่อที่จะดำเนินการต่อไป เพราะหากดำเนินการเพียงมหาเถรสมาคมก็คงมีการโยนกันไปมาอย่างท่านไพศาลว่าแหละครับ
๒.ในข้อนี้ ขอคิดไปก่อนล่วงหน้านะครับ หากเราทราบจำนวนสถิติข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวบุคคลของท่านที่แน่ชัดแล้ว ไม่ว่าจะมหาวิทยาลัยสงฆ์ก็ดี หรือจากหน่วยงานคณะสงฆ์ต่าง ๆ ก็ดี ก็มาจำแนกตามที่ท่านมหานภัณฑ์ได้กล่าวไว้คือ
๒.๑ หากได้ข้อเท็จจริงมาทั้งหมดแล้วก็ดำเนินการจัดแยกตามข้อเท็จจริงของแต่ละคน
- หากเป็นผู้ที่เกิดในประเทศไทย มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรา ๒๓ ก็ควรจะมีการดำเนินการในเรื่องของการขอลงรายการสัญชาติไทย โดยอาจจะต้องขอความร่วมมือจากกรมการปกครองในการที่จะอำนวยความสะดวกให้กับท่าน ในฐานะที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยสงฆ์ และมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เป็นหลักในการที่จะทำเรื่องจบ เพราะในความเป็นจริงตอนนี้ ผมได้ให้คำปรึกษากับพระรูปหนึ่ง เกี่ยวกับการขอลงรายการตามมาตรา ๒๓ และลำบากเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวกหลาย ๆ เรื่อง เช่น กรณีของท่านที่ท่านได้ยื่นคำร้องไปแล้วนั้น ยังไม่ได้รับการสอบพยานเลยทั้ง ๆ ที่มาเกือบห้าเดือนแล้ว แม้จะสอบถามไปแล้วก็ยังบอกว่าคิวยังไม่ว่างเลย แต่น้องสาวของพระท่านนี้ ที่ได้ปรึกษากับผม ใจกล้าหน่อยตรงที่บุกถึงศาลากลางจังหวัด แม้จะเจอกับปัญหาหลายอย่าง แต่ไม่ขอเล่าในที่นี้เพราะเรื่องเยอะมาก ตอนนี้ได้รับการลงรายการสัญชาติแล้ว แต่พี่สาวอีกสองคนที่ยื่นไปกับน้องสาวนี้ที่ไม่ได้ติดตามเรื่องให้ (แม้ตอนตามเรื่องน้องสาวท่านนี้จะถามถึงพี่สาวทั้ง ๒ คนด้วยก็ตาม) กลับไม่ได้รับการพิจารณา ทั้ง ๆ ที่ยื่นพร้อมกัน เวลาเดียวกัน พยานคนเดียวกัน แต่ได้รับการพิจารณาคนเดียว แต่คนอื่นที่ยื่นคำร้องไปทีหลัง กลับได้รับการพิจารณาไปหลายรายแล้ว เรื่องนี้ ก็กำลังดำเนินการในการทำหนังสือทวงถามอยู่ นี่เป็นเพียงกรณีแรกที่ได้รับความลำบากจากการขอลงรายการสัญชาติ
- จะเป็นไปได้หรือไม่ หากจะเสนอกรมการปกครองดำเนินการอำนวยความสะดวกให้กับพระที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรา ๒๓ ในการขอลงรายการสัญชาติไทย ตามขั้นตอนหนังสือสั่งการ ฯ โดยอาจให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งทำหนังสือรับรองว่าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ หรือมีบัตรนักศึกษา
หากจะคิดว่า การดำเนินการเช่นนี้อาจจะไม่เหมาะ คนอื่นก็อาจมีความต้องการได้ไวเหมือนกัน ก็อาจขยายโดยอาจให้นโยบายในการที่จะดำเนินการให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็ได้
- หากไม่มีหลักฐานอะไรเลย คือ อาจเป็นคนไร้สัญชาติ ไร้รัฐ หรือยังไงก็แล้วแต่ อย่างน้อยก็จะได้รู้ข้อมูลในการที่จะดำเนินการแก้ปัญหาต่อไปดังที่ท่านพระมหานภัณฑ์ท่านได้กล่าวไว้
สรุปก็คือ จะเป็นไปได้หรือไม่ หากเราได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกรมการปกครอง มหาเถรสมาคม มหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง ๒ แห่ง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมทั้งเจ้าของปัญหา มาร่วมประชุมกันรับทราบปัญหาที่แท้จริง ปรึกษากันในเรื่องของการที่จะข้อมูล เพื่อจะได้นำมาแก้ไขปัญหา
และหากมีข้อมูลข้อเท็จจริงของแต่ละท่านแล้ว ก็อาจดำเนินการแก้ไข ตามแต่จะดำเนินการได้ ตามสิทธิที่พึงจะได้ โดยอาจมีหนังสือชี้แจงไปทั้งกรมการปกครองคือฝ่ายราชอาณาจักร และแจ้งไปยังคณะสงฆ์ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
พระมหาวีรยะ
อดีตพระไร้สัญชาติไทย