ขอขอบคุณอาจารย์สิงห์ป่าสัก...
- ก่อนอื่น... ขออนุโมทนาในกุศลเจตนาของอาจารย์ที่บริจาคเลือดได้ถึง 13 ครั้ง... สาธุ สาธุ สาธุ
เท่าที่ทราบ...
- โอกาสเป็นลมช่วงบริจาคเลือดขึ้นอยู่กับ...
- (1). ภาวะขาดน้ำ... คำแนะนำที่คลังเลือด มช. ท่านว่า ถ้าดื่มน้ำ 2 แก้วก่อนบริจาค โอกาสเป็นลมจะลดลง 50%
- (2). นอน... ถ้านอนไม่พอ นอนไม่หลับ หลับๆ ตื่นๆ จะมีโอกาสเป็นลมเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปควรนอนอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนบริจาค
- (3). การเปลี่ยนท่า... ถ้าบริจาคแล้วไม่นอนพักสักครู่ (3-5 นาที) ลุกทันที มีโอกาสเป็นลมสูง
- (4). อายุ... อายุน้อยมีโอกาสเป็นลมน้อยกว่าอายุมาก
- (5). ความแข็งแรง... คนที่ออกกำลังน้อยเกินมีโอกาสเป็นลมมากกว่าคนที่ออกกำลังเป็นประจำ
- (6). ไม่สบาย... ถ้าเป็นหวัดไปบริจาคเข้าจะเป็นลมง่าย
วิธีง่ายๆ มีอย่างนี้ครับ...
- (1). ตั้งใจบริจาคใหม่... เริ่มเดือนนี้ สัปดาห์นี้ หรือวันนี้เลย
- (2). ดื่มน้ำให้มากพอ... ให้ปัสสาวะมีสีจาง หรือมองไม่เห็นสี 1 วันก่อนบริจาค
- (3). กินยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร ให้ได้ 15 เม็ดต่อรอบบริจาคเลือด (ผู้ชาย) หรือ 30 เม็ดต่อรอบบริจาคเลือด (ผู้หญิง)
- (4). หลังบริจาคให้ขยับเท้า และขา... พลิกไปพลิกมา เหยียดและงอข้อเท้าบ่อยๆ เพื่อให้เลือดจากขาไหลกลับสู่ลำตัว และหัวใจ
- (5). หลังบริจาคให้นั่งสักครู่ก่อนยืน... แกว่งขาท่อนล่างไปมาสักพัก เพื่อให้เลือดจากขาไหลกลับลำตัว และหัวใจ
- (6). ถ้ารู้สึกหน้ามืด... ให้นั่งยองๆ ลงทันที แล้วลุกขึ้นช้าๆ จะลดโอกาสเป็นลม
ท่านที่ทานเนื้อน้อย หรือไม่ทาน เช่น มังสวิรัติ ฯลฯ...
- เรียนเสนอให้ทานยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็กเสริม เช่น FBC, Ferli-6 ฯลฯ
- ผู้ชาย 15 เม็ดต่อรอบบริจาคเลือด เช่น 3 เดือน ฯลฯ
- ผู้หญิง 30 เม็ดต่อรอบบริจาคเลือด
เรียนเชิญอาจารย์กลับไปบริจาคเลือดใหม่อีกครับ...
- บุญกุศลอย่างนี้ไม่ใช่ว่า จะทำได้ง่ายๆ
- บริจาคแล้ว เรียนเสนอให้ถวายบุญนี้บูชาพระพุทธเจ้า (ถวายที่พระเจดีย์ พระธาตุ หรือพระพุทธรูป)