สวัสดีค่ะ คุณดอกแก้ว,
ใช่ค่ะ สถานการณ์เปลี่ยนไปทุกที่จริง ๆ
มีแต่ความไม่เที่ยงอยู่ในทุก ๆ สิ่งที่เรามอง เฝ้าสังเกตุอยู่เสมอเลยนะคะ
และก็ใช่อีก ที่ว่า คนที่มุ่งมั่นจะเข้าถึงแก่นก็ยังมีอยู่
ความจริงที่จงใจเอาเรื่องนี้มาต่อจากเรื่อง Zanshin ของเซนเซ ก็เพราะว่าประเด็นนี้นี่ล่ะค่ะ คุณดอกแก้ว
ก็เพราะว่า "ทุกสิ่งที่เราเห็น อาจไม่เป็นอย่างที่คิดเสมอไป" ไงคะ
สิ่งหนึ่งที่จะวิเคราะห์ในวิทยานิพนธ์แน่ ๆ ก็คือ ประเด็นที่ว่า ถึงแม้พุทธศาสนาจะเสื่อมในญี่ปุ่น และจะมีผู้ที่ดูเหมือนจะเป็นพระแต่ในนาม แต่วัตรปฏิบัติไม่ใช่พระแล้วมากขึ้นทุกวัน
คือพูดง่าย ๆ มิจฉาทิฏฐินั่นเองน่ะค่ะ
แค่สัมมาทิฏฐิยังขึ้นไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น อย่าไปหวังว่าจะให้มาสอนการเจริญสติ
ทางพ้นทุกข์ของพุทธเป็นอย่างไรยังไม่รู้จักเลยค่ะ เลยยังหลงทางกันอยู่นั่น ในกลวิธีที่จะดึงคนเข้าวัด
เพราะไม่เข้าใจว่า ศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนสมัยก่อนเพราะอะไร และแก่นสำคัญจริง ๆ อยู่ที่ไหน
เพราะถ้าเข้าใจแก่นจริง ๆ และน้อมนำมาปฏิบัติได้จริง ๆ แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คนเข้ามาหาเอง ด้วยอานิสงส์แห่งกุศลนั้น
คนเราย่อมต้องการทางพ้นทุกข์จริง ๆ ทั้งนั้นน่ะค่ะ
แต่ก็อย่างที่พระพุทธองค์ทรงมีพุทธทำนายไว้น่ะนะคะ
ตอนนี้มันคงจะขาลงแล้วเห็นชัด ๆ อยู่
เราก็ต้องเร่งสร้างความเพียรของเรากันต่อไป
ไม่งั้นคงจะแย่หน่อยค่ะ แหะ ๆ
ครูบาอาจารย์ดี ๆ ท่านก็คงจะเหลือน้อยลงทุกที
เพราะท่านก็คงจะทยอยไปแล้วไปลับไม่กลับมาเกิดอีกกันทั้งนั้นแล้ว จากนี้ไปจนหมดพุทธกาลน่ะนะคะ
ว่าแล้วชักเครียด ไปเดินจงกรมก่อนดีกว่า แหะ ๆ
สวัสดีค่ะ,
ณัชร
แต่กลับมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีวัตรปฏิบัติเคร่งครัดเสียยิ่งกว่า