นมัสการพระคุณเจ้า

(๑) ผมตอบมาทันทีที่ได้เข้ามาอ่าน คือเมื่อวันที่ ๑๗ ครับ  แต่วันรุ่งขึ้นมาอ่านอีกที  เห็นว่า  มันค่อนข้างสับสน  เข้าใจยาก  ทั้งนี้ก็เพราะว่า  เขียนลงในเครื่องเลย ครับ  เมื่อเห็นว่าคงยังไม่มีใครอ่าน  จึงได้ลบ  และขัดเกลาแก้ไขให้ดีขึ้น  แต่เนื้อหาเหมือนเดิม  แต่พอกดตีพิมพ์  มันไม่ออกมา !  จึงเสียใจ  และเข้านอน เพาะขณะนั้นตีหนึ่งแล้วครับ  ตื่นเช้าขึ้นมารีบมาพิมพ์ใหม่  คราวนี้เขียนลงเครื่องอีก  แต่ดีขึ้น  และสำเร็จ ดังที่เห็นนี้แหละครับ  ผมต้องขออภัยด้วยครับ  และขอบพระคุณที่อ่านครับ

(๒)Bruner ที่อ้างข้างบนนี้เป็นนักจิตวิทยา  เขาสนใจหนักด้าน "ปัญญา"  ซึ่งเรื่องของมโนทัศน์ก็เป็นเรื่องของปัญญาโดยตรง  เขาไม่ใช่นักปรัชญา  เขาจึง "ทดสอบ" ในแนวของวิทยาศาสตร์  อันที่จริงก็เป็นการถูกต้องครับ  เพราะว่า  ปัญหาหลายอย่างสามารถ "แก้ได้" ด้วย "วิธีทางปรัชญา"  โดยใช้ "เหตุผล" เป็นเครื่องมือ   ซึ่งงานประเภทนี้เป็นหน้าที่ของ "นักปรัชญา"   และสามารถแก้ได้ด้วย "วิธีการวิทยาศาสตร์หรือการวิจัย"  Bruner  เป็นนักวิทยาศาสตร์ เขาจึงหาคำตอบด้วยวิธีการวิจัย  แต่เราสามารถ "ประเมิน" งานวิจัยได้ด้วย "วิธีการทางปรัชญาหรือเหตุผล" ครับ  เช่นติติงด้วยประเด็น "การเกิดดับ" ของการรู้สึกสัมผัส  การรับรู้  การรวามหน่วยเข้าเป็น "หน่วยใหม่" ที่เรียกว่า "มโนทัศน์" (ปัจจุบัน)  หรือ "Form"  หรือ  "Universal" (ในอดีต)   ว่า มันเป็นอุปสรรคต่อการ "โยงสัมพันธ์"  แล้วจะโยงกันได้อย่างไร ?  เป็นต้น  ผมคิดว่าเป็นเพราะคำติติงนี้เองแหละ  ที่ทำให้นักจิตวิทยาเสนอ "แนวคิดใหม่ขึ้นมา" เรียกว่า "การเข้ารหัส" (Coding / encoding)  แทนคำว่า "โยงสัพันธ์" ครับ  การติติงจึงมีทั้ง "การทำลาย" และ "การก่อ" ครับ  

เรื่องเหล่านี้  สถาบันที่มุ่งสร้างนักคิดระดับปริญญาเอก "จะต้องตระหนักอย่างจงหนักครับ"  มิฉะนั้นแล้วก็จะได้แค่ "การใช้สถาบันเพียงเพื่อการ ชุบตัว" เพียงอย่างเดียว ครับ

(๓) ครับ  ดูเหมือนเคยเสนอแนะให้นักวิจัยใช้วิธี "นิรนัย" (Deduction) จาก "ทฤษฎี"บ้าง    แต่ "ทฤษฎี" นั้น  เราสามารถ "สร้าง"ได้ทั้งวิธี นิรนัย  และวิธี "อุปนัย"(Induction)  นอกจากนี้  ไม่ว่าเราจะได้ทฤษฎีมาโดยวิธีใด  ถ้าเรานำมันมาตั้งเป็น Major Premise แล้วละก้อ  เราก็ "นิรนัย" เป็น "สมมุติฐาน" เพื่อการ "ทดสอบ"(Test) ด้วยวิธีการวิจัยได้ทั้งสิ้น ครับ

ผมเสนอบล็อกที่ชื่อว่า  Empirical Theories  นี้ ก็เพื่อ "กระตุ้น"  ให้มีการวิจัยในระดับอย่างนี้บ้างครับ  ดังนั้น บล็อกนี้จึง "ไม่ใช่" บล็อกที่บรรจุความรู้ที่สามารถจะหาอ่านได้จาก "ตำรา"ในห้องสมุด ครับ

กระผมขอขอบพระคุณพระคุณเจ้าเป็นอย่างยิ่งไว้ ณ ที่นีด้วย  เพราะการอ่านและแสดงความคิดเห็นของท่าน เป็นสิ่งที่มี "คุณค่า" อย่างหาที่เปรียบมิได้ ครับ

ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว