ความเห็น


พี่มีเรื่องเล่าที่เป็นความรู้สึกดี ๆ เกี่ยวกับผดบ.คือ ตอนที่จบผดุงครรภ์ใหม่ ๆ ที่ทำงานให้พี่ไปประจำที่สำนักงานผดุงครรภ์ (เมื่อก่อนเรียกชื่อนี้)ก็ประมาณ 20 กว่าปีแล้วล่ะ มีอยู่วันหนึ่งมีสามีของผู้คลอดมาตามว่า ช่วยไปดูภรรยาเค้าหน่อย เค้าเจ็บท้องคลอดแล้ว ซึ่งเค้าบอกด้วยว่า "เมาะบีแดให้มาตามหมออนามัยด้วย" เราก็ไปพร้อมกับกระเป๋าทำคลอด โดยขับรถเครื่อง ใส่ชุดฟอร์มสีฟ้าเป็นกระโปรง ตอนนั้นประมาณว่าช่วงบ่ายสัก 3 โมงได้มั้ง พอไปถึงบ้านคนคลอดก็เจอ ผดบ.นั่งอยู่ก็พูดคุยกันถึงอาการของผู้คลอด แต่เนื่องจากเป็นท้องแรกระยะการคลอดช้ามาก ปากมดลูกเปิด ช้า ๆ เหมือนแกล้งเราเลย พลบคำก็ยังไม่คลอด มัฆริบ อิซา ก็แล้ว เราไม่กล้ากลับบ้าน เพราะนั่นหมายความว่า เราต้องทิ้งคนไข้ไป ตลอดเวลาที่เราเฝ้าคลอด เราอยู่ร่วมกันกับ ผดบ.ตลอดเวลา เมาะบีแดจะนั่งข้าง ๆ พร้อมกับบีบนวดให้เพื่อช่วยให้ผู้คลอดรู้ดี และบรรเทาการปวดลงบ้าง ท่านอายุมากแล้วน่ะแต่เราไม่ได้ยินเสียงบ่นออกจากปากท่านเลย เราแอบทึ่ง และรู้สึกชื่นชมท่านอยู่ในใจเงียบ ๆ พอตกดึกเราทั้งคู่ยังอยู่ในชุดเดิม เราไม่กินข้าว เพราะไม่หิว อีกอย่างหนึ่งเห็นสภาพบ้านผู้คลอดแล้วไม่หิว ไม่ไช่สกปรก แต่ยากจน

เมาะบีแด น่ารักมาก หันมาบอกเราว่า "บอมอตีโดดูลูตะปอ บอดือกะเนาะบราเนาะ เมาะเนาะปาแง (เมาะบอกว่า หมอนอนก่อนก็ได้น่ะ พอใกล้ ๆคลอดแล้ว เมาะจะเรียกเอง)" เท่านั้นเองเราก็หลับ งีบหายไปเลยเพราะไม่ไหวแล้ว ง่วงจัด

มารู้สึกตัวอีกที เมาะบีแดเรียก "บอมอ ๆ ปาลอตูเบะเดาะ (หมอ ๆ หัวออกแล้ว)" ก็ช่วยเมาะบีแดทำคลอด case นี้เราภูมใจมากเพราะเราทำคลอดแล้วฝีเย็บไม่ขาดเลย เด็กคลอดตอนหัวรุ่งพอดี กลับบ้านนอนยาวเลยจ๊ะ

นี่คือ เมาะบีแด ท่านไม่จบอะไรเลย แต่ท่านให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง แล้วเราล่ะ ใส่หัวใจเข้าไปสักครึ่งได้หรือเปล่า ถามตัวเองน่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี