สวัสดี อาจารย์สมบัติ ผู้นำ และท่านผู้อ่านทุกท่าน

อาจารย์สมบัติ เป็นอาจารย์ที่มีความมุ่งมั่น ขยันทำงาน มีอุดมกาณ์ในความเป็นครูอาจารย์ สร้างคน สร้างสรรค์สังคม ชุมชน สมเป็นผู้นำรุ่นใหม่ ไฟแรง

ที่สำคัญคือรับผิดชอบงานสำคัญทางด้านการศึกษา ในการสร้างผู้นำ MPA

นักศึกษา MPA ที่นั่น มีความมุ่งมั่นตั้งใจ สมกับว่าที่มหาบัณฑิต ผมได้มีโอกาสไปสัมผัส แลกเปลี่ยน ถ่ายทอดประสบการณ์ ได้พบว่าที่มหาบัณฑิตที่น่าสนใจหลายท่าน

ขอชื่นชม ผู้ริเริ่มโครงการ MPA ที่นั่น อาจารย์สมบัติและทีมงานน่ายกย่องสรรเสริญ ด้วยความจริงใจ ขอเป็นกำลังใจให้กับทีมงานนี้ และว่าที่มหาบัณฑิต หลายท่านเขียนบทความมาลงในบันทึกเกี่ยวกับการเป็นผู้นำ เห็นว่ามีความตั้งใจสูง  ที่ยังควรเพิ่มเติมคือ การอ่านหนังสือ การจับประเด็น การบูรณาการ ความต่อเนื่อง ขยายผล สู่การพัฒนาตนเอง องค์การและสังคมอย่างยั่งยืน

การสรุปประเด็นโดยใช้องค์ความรู้ ทฤษฎี หรือหลักการ กรอบแนวคิดต่าง ๆ ในโลกมาเป็นกรอบความคิด เป็นสิ่งสำคัญ เช่น การนำเอากรอบแนวคิดเกี่ยวกับหลักศาสนา หลักรัฐศาสตร์ หรือแนวความคิดของ JIM COLLINS ที่เขียนไว้ในหนังสือ GOOD TO GREAT หนังสือเล่มนี้ออกมาตั้งแต่ปี 2001 และขายดีมาก จนกระทั่งในปัจจุบันก็ยังเป็นหนังสือขายดีติดอันดับของ Amazon.com อยู่ ซึ่งสิ่งที่ทางผู้เขียนหนังสือสรุป ได้มาจากผลการศึกษาวิจัยล้วน ๆ

ผู้เขียนกล่าวไว้ในหนังสือบางตอนว่า  เนื่องจากเป็นการยากที่จะหาชื่อที่เหมาะสมสำหรับเรียกผู้นำขององค์กร เขาก็เลยเรียกด้วยภาษาง่ายๆ ว่า เป็นผู้นำในระดับที่ 5 โดยได้มีการแบ่งว่าเมื่อคนเราก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำนั้น จะสามารถแบ่งผู้นำที่ดีออกเป็น 5 ระดับ

ระดับที่ 1 High Capable Individual เป็นผู้ที่มีความสามารถส่วนตัวที่ดี ทั้งทักษะ ความรู้ ความสามารถ และพฤติกรรมในการทำงานที่ดี ซึ่งล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร

ระดับที่ 2 Contributing Team Member เป็นผู้ที่สามารถทำงานเป็นทีมได้ดี เป็นพวกที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และช่วยให้กลุ่มและทีมบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

ระดับที่ 3 Competent Manager เป็นผู้บริหารที่สามารถบริหารบุคลากรและทรัพยากรได้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายขององค์กร

ระดับที่ 4 Effective Leader เป็นพวกผู้นำที่สามารถทำให้ทุกคนเกิดความมุ่งมั่น มีการกำหนดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และสามารถจูงใจให้บุคลากรทุกคนทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์

จะเห็นว่า ในสี่ระดับต้นนั้นจะเป็นลักษณะของบุคลากร และผู้นำในองค์กรที่เราพบเจอในหนังสือทางด้านภาวะผู้นำทั่วๆ ไป แต่ในองค์กรที่สามารถปรับตนเองจากดีธรรมดา ให้เป็นดีสุดยอดได้นั้น ลักษณะผู้นำจะเป็นผู้นำในระดับที่ 5 ได้นั้นมีความเป็นผู้นำในสี่ระดับได้ก่อน แต่ระดับที่ห้าจะมีความแตกต่างก็คือ ผู้นำจะต้องสร้างความสุดยอดยั่งยืนให้กับองค์กรได้ด้วยคุณสมบัติที่ดูเหมือนจะขัดกัน ระหว่างความมุ่งมั่นที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จกับความถ่อมตัว

ความมุ่งมั่นต่อความสำเร็จ และความถ่อมตัวนั้นเป็นคุณสมบัติที่ขัดแย้งกัน และดูเหมือนว่าไม่ควรจะอยู่ด้วยกันได้ แต่สิ่งที่ Jim Collins พบจากการศึกษาวิจัยก็คือ ในตัวผู้นำที่สร้างปรับเปลี่ยนองค์กรจากดีธรรมดาให้เป็นดีสุดยอดได้ จะมีปัจจัยทั้งสองประการอยู่ด้วยกัน

การที่ผู้นำระดับที่ 5 ถ่อมตัวนั้น ก็ไม่ได้หมายความผู้นำจะต้องขี้กลัว ไม่กล้า หรือขาดความทะเยอทะยาน ผู้นำอาจจะไม่ชอบความมีชื่อเสียง หรือ ชอบเป็นจุดสนใจของคนทั่วไป แต่ผู้นำเหล่านี้ก็มีความมุ่งมั่น และทะเยอทะยาน สำหรับองค์กร ไม่ใช่เพื่อตนเองหรือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

ผู้นำเหล่านี้เป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพที่ขัดแย้งกันก็ได้ นั้นคือ มุ่งมั่นและต้องการที่จะนำความสำเร็จมาสู่องค์กร แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนถ่อมตัว ไม่ได้มุ่งเน้นที่จะทำเพื่อตนเอง แต่เป็นองค์กรเป็นหลัก ลองมอง และหารอบๆ ตัวดูนะครับว่า พบผู้นำที่มีลักษณะดังกล่าวบ้างหรือไม่

ในการเขียนบทความ การสรุปประเด็น สำคัญมากสำหรับว่าที่มหาบัณฑิต จะต้องฝึกใช้ให้คล่อง เปรียบเสมือน จอมยุทธ์ที่ต้องฝึกลมปราณให้คล่อง จนนำกระบี่ไว้ที่ใจ จะนำมาใช้เมื่อใด ย่อมได้เสมอก็คือ การฝึกนำเอาองค์ความรู้ ทฤษฎี หลักการ มาเป็นกรอบแนวคิดในการสรุป  เสนอแนะ  การฝึกให้ศิษย์ ใฝ่รู้ขยันอ่านหนังสือ ค้นคว้า จับประเด็นองค์ความรู้ในอากาศ มาทำความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ต่อเนื่อง สู่ความยั่งยืน ยังเป็นสิ่งที่ท้าทายขีดความสามารถุของผู้นำยุคใหม่ ว่าที่มหาบัณฑิตทุกสถานบัน

ขอขอบใจศิษย์ MPA อาจารย์สมบัติและทีมงาน ที่ได้ให้เกียรติผมเสมอมา

ด้วยความจริงใจ