เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์

ประวัติวัดหนองกลับ อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์

  • เมื่อวานตอนเย็น (๓ ก.ค. ๕๒) อาตมาเดินทางไปงานศพที่อำเภอหนองบัว นครสวรรค์ ได้ขอหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพพระครูนิกรปทุมรักษ์ (หลวงพ่ออ๋อย สุวณฺโณ อายุ ๘๗ ปี)พิมพ์ปี พ.ศ ๒๕๓๒ ซึ่งรวบรวมโดยพระครูวาปีปทุมรักษ์(พระครูไกร) เจ้าอาวาสวัดหนองกลับ(ปัจจุบันเป็นพระราชาคณะที่พระนิภากรโสภณซึ่งมักเรียกกันทั่วไปว่าท่านเจ้าคุณ) จากหลวงน้าส้ม แก้วนิคมท่านให้มาหนึ่งเล่ม
  • มีเรื่องราวน่าสนใจหลายอย่างจะขอนำเสนอเป็นเรื่อง ๆ ไปตามลำดับ
  • วันนี้ขอเสนอประวัติวัดหนองกลับก่อนดังนี้
  • ประวัติวัดหนองกลับ(คนรุ่นเก่าเรียกวัดหลวงพ่ออ๋อย) ตำบลหนองกกลับ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ (เดิมขึ้น ต. หนองกลับ อ. บางมูลนาก จ. พิจิตร)
  • วัดหนองกลับสร้างเมื่อ พ. ศ. ๒๓๖๓ สมัยรัชกาลที่ ๒ ใครสร้างไม่ปรากฏประวัติ ทราบตามคำบอกเล่าว่าตรงที่สร้างวัดหนองกลับนี้ ในสมัยสงครามเวียงจันทร์เป็นที่ตั้งค่ายของชาวหนองบัว-หนองกลับ เพื่อป้องกันทัพเวียงจันทร์ที่ผ่านมา
  • ด้วยบ้านนี้ตั้งมานานหลายร้อยปี มีวัดเก่าชื่อวัดหนองม่วง ตั้งอยู่ตำบลหนองกลับ มีวัดสระมะนาว ตั้งอยู่ตำบลหนองบัว
  • เมื่อชาวบ้านตั้งค่าย ณ วัดหนองกลับ จึงต้องย้ายวัดตามมาด้วย จึงมีวัด ๒ วัดอยู่ติดกัน ในสมัยนั้นชาวบ้านเรียกวัดนอกกับวัดใน
  • ต่อมาพระภิกษุในวัดเกิดเป็นอหิวาต์ มีพระภิกษุมรณภาพ พระภิกษุที่เหลือจึงย้ายไปอยู่วัดนอก (คือวัดหนองกลับปัจจุบัน)
  • ตั้งแต่นั้นมาจึงรวมกันโดยปริยาย สำหรับชื่อวัดนั้นมีผู้เขียนไว้ว่าเดิมชื่อ “วัดประทุมคงคา” ต่อมาเปลี่ยนเป็น “วัดหงษ์” เพราะมีเสาหงษ์อยู่หน้าวัด
  • ต่อมามีเจ้าเมืองพิจิตรมาตรวจราชการ จึงเปลี่ยนชื่อวัดให้เหมือนกับชื่อหมู่บ้านว่า “วัดหนองกลับ” และด้วยเหตุวัดอยู่ติดกับหมู่บ้านหนองบัว ชาวบ้านปัจจุบันจึงนิยมเรียกว่า “วัดหนองบัว” แต่ตั้งอยู่ในเขตตำบลหนองกลับ
  • เมื่อทางราชการตั้งกิ่งอำเภอหนองบัว จึงโอนตำบลหนองกลับจาก อ. บางมูลนาก จ.พิจิตร มาขึ้นกับจังหวัดนครสวรรค์
  • ด้วยยังไม่มีที่ทำการจึงใช้วัดหนองกลับเป็นที่ทำการกิ่งอำเภอหนองบัว และข้าราชการก็อาศัยกุฏิพระอยู่ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๒ จนถึง พ.ศ. ๒๔๙๙ จึงย้ายที่ทำการไปอยู่ที่ทำการปัจจุบัน
  • เมื่อทางบ้านเมืองมีฐานะเป็นอำเภอแล้ว มีคณะสงฆ์อำเภอขึ้น โดยวัดหนองกลับเป็นวัดเจ้าคณะอำเภอ มีพระครูนิกรปทุมรักษ์(หลวงพ่ออ๋อย) เป็นเจ้าคณะอำเภอหนองบัว
  • นับว่าวัดนี้มีประโยชน์ต่อสังคมเป็นอันมาก วัดหนองกลับนี้เจ้าอาวาสที่ปกครองวัดอยู่นานก็คือพระครูนิกรปทุมรักษ์(หลวงพ่ออ๋อย) ปกครองอยู่ถึง ๕๖ ปี
  • ต่อมาท่านชราภาพอายุถึง ๗๗ ปี ประกอบกับดวงตาเป็นต้อจนมองไม่เห็นทางคณะสงฆ์จึงยกเป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗
  • ในขณะที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่นั้น ได้นิมนต์พระครูนิวาสธรรมขันธ์(หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ อ. ตาคลี) มาสร้างศาลาการเปรียญเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ เป็นศาลาเสาไม้ที่ใหญ่มีหน้าบันทำด้วยปูนปั้นลวดลายสวยงามมาก เป็นรูปพระพุทธเจ้าผจญมาร เป็นศาลาทรงไทย กว้าง ๒๔ เมตร ยาว ๒๘ เมตร
  • ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ เวลา ๑๓.๑๐ นาที หลังคาศาลาได้พังลงมา ทำให้ไม้เครื่องบน และพื้นกระดาน กระเบื้องมุงหลังคาเสียหายประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท
  • เหตุที่พังเพราะเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ เกิดพายุพัดหลังคาเอนเอียงไปมาก ประกอบกับความหนักของกระเบื้องและหน้าบัน จึงได้พังลงมาตามวันเวลาดังกล่าว
  • และในขณะที่พังนั้น มิได้มีลมและฝนแต่ประการใด และเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ว่า หลังคาศาลาพังลงมาหลังวันทำบุญเข้าพรรษา ๑ วัน เท่านั้น มิเช่นนั้นจะมีคนตายเป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นบุญกุศลแก่วัด และชาวหนองบัวเป็นอย่างยิ่ง
  • ทางวัดได้แก้ไขให้ศาลาอยู่ในสภาพเดิม พร้อมกันนั้นก็ต้องบำรุงศาลาเก่าไว้ให้ชนรุ่นหลังดูสืบไป.
  • ถ้าโยมอาจารย์วิรัตน์จะมีอะไรเพิ่มเติมหรือมีข้อสังเกตช่วยให้ได้ข้อมูลรายละเอียดเชิงสังคมวัฒนธรรมอีกก็น่าจะมีความสมบูรณ์ครบถ้วนรอบด้านมากยิ่งขึ้น
  • วันต่อไปคงได้นำเสนออีกโปรดติดตามตอนต่อไป

                                                            ขอเจริญพร

                                                 พระมหาแล  ขำสุข(อาสโย)