คุณโยมขำ

เพลาเที่ยง อาตมาเล่าถึงตอนจอมยุทธ์เพนจรจากปัจฉิมปเทศ ซึ่งเข้ามากวาดต้อนอัจฉริยวัยเยาว์เพื่อส่งไปฝึกยังสำนักลึกลับ ... เพลานี้จะเล่าต่อ

ก่อนที่จะเล่าต่อก็บอกคุณโยมว่า ยอดฝืมือเหล่านั้น บางคนแฝงอยู่  http://www.pantip.com/cafe/religious อาตมาเคยเข้าไปสังเกตการณ์ ฝืมืออำมหิตมาก ยากส์ต่อการต่อกร... แต่เค้าจะหลบมุมสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ... พวกไร้พลวัต เค้าจะไม่ต่อกรด้วย  หรือถ้าพลวัตไม่ถึง ก็อาจหยั่งถึงรังสีอำมหิตของพวกเค้าเหล่าไม่ได้

มาสำรวจสำนักในเมืองไทย ซึ่งอาจแยกได้หลายประเภท

๑. สำนักใหญ่ร้อยปี เกือบทั้งหมดอยู่ในเมืองหลวง สำนักเหล่านี้เปิดสอนมานานจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง รุ่งเรืองบ้าง ซบเซาบ้าง แต่มิได้ขาดตอน บ้างก็มีหอคัมภีร์ใหญ่โต บ้างก็มีเคล็ดวิชาของตัวเอง ...ยืนยันได้ว่า สำนักใหญ่ร้อยปีเหล่านี้ มียอดฝืมือประจำอยู่แน่นอน

๒. สำนักเจ้าเมือง คือ สำนักที่มีเจ้าคณะปกครองระดับสูงอยู่ (เน้นต่างหัวเมือง) เจ้าเมืองเหล่านี้ บ้างก็เป็นยอดฝืมือมีเคล็ดวิชาสูงเข้าขั้นไร้เทียมทาน บ้างก็พอมีอยู่บ้างสองสามเพลง... หรือบ้างก็มีแต่วิชามาร แต่จำเป็นต้องยกย่องคุณธรรม จึงกวาดต้อนยอดฝืมือมาอยู่ใกล้ๆ เพื่อประดับบารมี โดยการปรนเปรอให้อิ่มหมี่พีมัน หรืออวยยศอวยชื่อให้ตามที่เค้าปรารถนา ...สำนักต่างหัวเมืองเหล่านี้ ประมาทไม่ได้เมื่อเข้าไป 5 5 5

๓. สำนักกะเลวลาด คือ สำนักไม่สำคัญ สำนักชั่วคราว หรือเคยเป็นที่พำนักเก่าของเจ้าเมือง (เมื่อหมดบุญเจ้าเมือง ยอดฝีมือก็แยกย้ายกันไป) ...สำนักกะเลวลาดเหล่านี้ก็ประมาทไม่ได้ เพราะบ้างก็ยังมีปรมาจารย์พำนักอยู่ บ้างเคยผ่านสำนักใหญ่ หรือบ้างก็ไม่เคยผาดโผนยุทธภพ ได้รับการชี้แนะจากอดีดซือแปเพียงเล็กน้อย แต่ในสำนักมีคัมภีร์อยู่ เค้าสามารถฝึกหัดและสร้างเคล็ดวิชาได้เอง

ที่เล่ามานี้ เป็นเพียงสำนักของบรรพชิต ยังมีสำนักของฆราวาสอีก ..แต่เหนื่อยแล้ว ว่างๆ ค่อยเล่าต่อ

เจริญพร