สวัสดีค่ะ อาจารย์,

หนูดูแล้วจุดประกายให้นึกถึงรูปแมวอ้วนของตากล้องญี่ปุ่นคนหนึ่งใน flickr ที่หนูเคยไปเก็บเป็นภาพ favorite ในนั้นนานแล้วน่ะค่ะ  เห็นแล้วเลยต้องไปงัดมาฝากอาจารย์เลย

 

<p>คือหนูเป็นโรคไม่ชอบอะไรผอม ๆ น่ะค่ะอาจารย์  หนูจะถูกโฉลกกับอะไรอ้วน ๆ  เช่น เด็กตัวแน่นๆ หรือแมวอ้วน ๆ  เพราะฉะนั้น แมวผอมจะเห็นแล้วเฉย ๆ ค่ะ บางทีอาจจะรู้สึกว่าไม่น่ารักด้วยซ้ำไป แหะ ๆ</p><p>แมวตัวนี้ชื่อ ฟูวาริ ค่ะ  แปลว่าพอง ๆ นุ่ม ๆ หรือไงเนี่ยน่ะค่ะ จำไม่ได้แล้ว  เป็นแมวของคุณ จุงกุ</p><p>ต้องอ้วนอย่างนี้ค่ะ ถึงจะถูกใจหนู ฮิ ๆ ไม่รู้คุณจุงกุเลี้ยงด้วยอะไรหนอ</p><p> </p> <p> </p><p>ชอบตรงที่สีหน้าและแววตามันช่างแสนรู้ และอยากรู้อยากเห็นนี่ล่ะค่ะ  ดูมัน expressive ดี  ไม่นับที่มันอ้วนน่าฟัดเหลือเกินน่ะนะคะ และหนูว่าแมวเป็นสัตว์ที่เย่อหยิ่งใช้ได้  ดูมีบุคลิกดี  คือเรียกก็ไม่มาค่ะ  ฮิ ๆ  คือก็ไม่เคยเลี้ยงหรอกนะคะ  แต่เคยไปบ้านไหนก็เห็นประมาณนั้น</p><p>เคยเห็นพวกแมวอ้วนเปอร์เชีย  หรือลูกผสมเปอร์เชีย ไทย ที่เรียกว่า แมวหิมาลายา แล้วน่ารักมากเลยค่ะ   สีเป็นสีสวาท คือ ขาว ใส่ถุงเท้าดำ หูดำ  ตาฟ้า แต่อ้วนปี๋ ขนฟู ฮิ ๆ </p><p>สรุปว่าเลยไม่ได้ตอบคำถามอะไรอาจารย์เลย</p><p>นี่แหละน้า…Annais  Nin นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสถึงบอกว่า You see things as you are, not  as they are.  ฮิ ๆ</p><p>ในทางธรรมก็มีเหมือนกันใช่ไหมคะอาจารย์  ยังไงบ้างคะ?   แบบที่คนเราเห็นอะไรแล้วก็ไปเทียบเคียบตีความกับสิ่งที่ตนรู้จักคุ้นเคยหรือว่าชอบมาก่อนน่ะค่ะ  อุปาทานหรือคะ?  หรือว่าสัญญา?</p><p>ชอบเข้ามาอ่านบล๊อกอาจารย์ก็เพราะอย่างนี้น่ะค่ะ ได้ความรู้หลายขั้นตอนดี   ขอบพระคุณค่ะ</p><p>ณัชร</p>