ผมเป็นคริสตเตียนในนิกายโปรแตสแตนครับ ก่อนอื่นเลยต้องขอบคุณผู้ที่เสนอหัวข้อในเรื่องนี้ครับเพราะว่าทำให้เราชาวคริสต์ได้ตื่นตัวและมั่นคงในความเชื่อมากขึ้น ในส่วนตัวของผมเชื่อเหลือเกินว่าผู้ที่เขียนหนังสือนี้ ผู้ที่แปล หรือแม้แต่ผู้ที่นำเสนอก็รู้อยู่แก่ใจว่าอะไรคือความจริง แม่อผมและครอบครัวได้อ่านบทความนี้ก็ถึงกลับ หัวเราะออกว่าทั้งหมด เพราะว่ามันโจ๊กจริงๆเลยครับไม่นึกไม่ฝันว่าคนเราจะมีจินตนาการเอาคนละเรื่องมารวมเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างไม่มีเค้ามีมูลอะไรเลย อย่างที่คุณ นัยสิทธิ์ ได้อธิบายไว้ก็ชัดเจนแล้ว ผมอยากจะเสริมสักนิดว่า ทุกอย่างทั้งประวัติศาสตร์,ภูมิศาสตร์,เวลา,สถานที่ หรือแม้แต่การอัศจรรย์และบุคคลในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลได้กล่าวไว้นั้นเป็นความจริงทั้งหมดและมีการพิสูจแล้วด้วย(ไม่ได้โม๊)เช่น การที่โมเสดพาประชาชนอิสเอลออกจากอียิปต์ข้ามทะเลแดงโดยการแยกน้ำนะเลนั้น นักวิทยาศาสตร์ นักธรณีวิทยา นักโบราณคดีก็ได้ร่วมมือกันพิสูจโดยการดำไปดูที่ได้ทะเลและได้เห็นโครงรถรบและซากเหล็กและเกือกม้าที่นั้นและตรวจสอบเวลาก็ตรงตามพระคัมภีร์ และอีกอย่างหนึ่ง คือ ตอนที่โยชูว่าอธิษฐานต่อพระเจ้าว่าอย่าให้ดวงอาทิตย์ตกเลยจนกว่าจะได้แก้แค้นศัตรูก่อนและเวลานั้นดวงอาทิตย์ก็หยุดนิ่งตามที่ขอ(โยชูวา 10:12-14) นี่คืออัศจรรย์ที่พิสูจโดยนักวิทยาศาสตร์แล้วว่าวันของเราหายไปวันหนึ่งจริงๆ

สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมด อาจจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงแต่ผมต้องการแสดงให้ผู้นำเสนอบทความนี้ได้เห็นถึงความเชื่อที่เป็นความจริงไม่ใช่ความเชื่อที่งมงายหรือเชื่อแบบโง่ๆ เพราะว่าความเชื่อในพระเจ้าของคริสตเตียนเรานั้นเป็นความเชื่อระดับสูงครับ จึงยากที่จะถูกบิดเบือนด้วยข้อความหรือบทความที่มั่วๆครับผม