อนุโมทนาค่ะ ที่นำสิ่งดี ๆ มาฝากเป็นข้อคิด
และชอบป้ายคำหลักด้วยที่ว่า "ธรรมะหน้าเดียว" นับเป็นข้อจูงใจที่ทำให้น่าติดตาม น่าให้คลิกเข้ามาอ่านและรับความรู้เพื่อพัฒนาตนเองค่ะ :)
ก่อนอื่นออกตัวก่อนเลยนะคะว่าไม่ใช่ผู้รู้เรื่อง "มาร" นี้ แต่บังเอิญเคยได้มีโอกาสยินธรรมบรรยายเรื่อง "มารให้โอกาส" มาจากการเข้าปฏิบัติธรรมที่มูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่มาบ้างและบังเอิญเหลือเกินที่อ.ที่บรรยายเรื่องนี้ก็มาเขียนบล๊อกอยู่ที่นี่ด้วย คือ อ.พิชัย กรรณกุลสุนทร คณบดีมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ท่านได้บรรยายเรื่องสารพัดมารที่คุณนมินทร์ได้ยกตัวอย่างมาน่าสนใจมากค่ะ
แต่จะอธิบายอย่างไรนั้น ขออุบไว้ดีกว่า ที่แน่ๆ ก็คือ อภิสังขารมารนั้นมาให้เห็นชัดมากเลยค่ะเป็นรูปธรรมเลย มีทุกคอร์สด้วย เพราะจริงๆ แล้ว ธรรมบรรยายใด ๆ ก็ไม่มีวันกระจ่างแจ้ง "เข้า" ไปใน "ใจ" ได้ ถ้าไม่ได้มีโอกาสลองหัดฝึกปฏิบัติธรรมด้วยกายและใจของตัวเองก่อน มันจะร้อง อ๋อ...ทีเดียว และคิดว่า แม้แต่อภิสังขารมารนั้นเราก็พอจะสามารถเอาชนะได้น่ะนะคะถ้าใจเรามุ่งมั่นที่จะทำความดีจริง ๆ เพราะเคยเจอกับตัวเองมาแล้ว
ส่วนตัวแล้วพบว่า คอร์สง่าย ๆ สำหรับฆราวาสที่ชื่อว่าคอร์สพัฒนาจิตเพื่อให้เกิดปัญญาและสันติสุขนี่เชียงใหม่จัดล่ะค่ะ เยี่ยมมาก ๆ พร้อมทุกอย่างทั้งความสัปปายะของสถานที่ อาหาร การสอน และจำนวนคนที่ไม่มากนัก และที่สำคัญ ฟรีเสียด้วย
ลองแวะไปคุยกับอ.พิชัยก็ได้นะคะ ท่านรับบล๊อกคุณนมินทร์เสียด้วย ท่าทางจะคอเดียวกัน :)
สวัสดีค่ะ,
ณัชร