- หมอนนท์ค่ะ..อายจัง คือบรรยากาศเป็นแบบสบายๆมากเลย
- เมื่อไปถึงน้องทีมงานก็แบ่งคนมาเตรียม take care เลย แต่เราก็เข้าใจว่าน้องเขามีงานต้องทำแน่ๆอยู่แล้ว ก็เลยบอกว่าไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพี่อยู่กันเองได้ ไม่ต้องกังวล น้องก็ยังมาพูดคุยเป็นระยะๆ แล้วก็นำน้ำมาให้ แล้วก็ไปเตรียมสถานที่ เตรียมทีมงานกันเอง แต่เราก็ไม่ไปวุ่นวายกับน้องเลยนะค่ะ จนพร้อมคุณพ่ออีกบ้านมาแล้ว น้องก็มาตามคะ
- ก็แนะนำทักทายกันกับคุณพ่อก่อน แล้วน้องก็พูดบอกบรรยากาศว่าจะนั่งพูดคุยกันตรงนี้ เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของลูกที่จะพาไปโรงเรียน
- ก็นั่งพูดคุยกันตามปกติ แล้วน้องก็นำสายไมค์มาติดให้แต่ละคน ระหว่างนั้นก็พูดคุยกันไปเรื่อยๆ ว่ามีครอบครัวแบบไหน วิธีเตรียมลูกเข้าโรงเรียนทำอย่างไร คุยเสร็จก่อนเดินกล้อง น้องก็บอกว่าพอเริ่มถ่ายทำก็ให้คุยกันประมาณนี้
- น้องรุจน์จะสัมภาษณ์เริ่มที่คุณพ่อก่อน คุณพ่อก็เล่าว่าจากประสบการณ์ของลูกคนแรกที่ร้องไห้ตอนไปโรงเรียน ก็เลยได้บทเรียนมาใช้ในลูกคนต่อมา เลยเตรียมตัวพาไปรับส่งพี่ที่โรงเรียนให้คุ้นเคย ลูกคนต่อมาเลยไม่ร้องไห้เลย ชอบไปโรงเรียน......จากนั้นน้องก็โยนคำถามต่อมาที่เราว่าในบ้านเราที่พบปัญหาว่าน้องร้องไห้ตอนไปโรงเรียนนั่นเราทำอย่างไร
- เราก็เล่าว่า " กอหญ้าเป็นลูกคนเดียวก็เลยไม่ได้ให้ใครเลี้ยง เลี้ยงเองมาตั้งแต่เล็กๆ ก็สลับกันเลี้ยงกับแฟน ด้วยความหวงลูก ก็พออายุประมาณ 2 ขวบกว่าก็เริ่มนึกว่าจะพาเข้าโรงเรียนดีหรือมั้ย หรือจะพาเข้า day care ก่อน แต่ก็คิดว่า ถ้าไป 2 แห่ง ลูกก็จะต้องปรับตัวทั้ง 2 แห่ง เลยตัดสินใจไปโรงเรียนทีเดียวดีกว่า " แล้วคุณพ่อบ้านโน่นก็พยักหน้าตอบรับ ทำนองว่า จริง เห็นด้วย
- ก็เป็นการพูดคุยเหมือนวงเพื่อนนะค่ะ สลับกันไปมา
- แต่พอคุยกันได้ซักพัก น้องผู้กำกับที่ฟังอยู่คงรู้สึกว่าออกนอกกรอบ ไม่เข้าประเด็น ก็จะขอ คัท เพื่อพูดคุยประเด็นที่ขาด แล้วก็บอกว่าอยากให้เล่าในส่วนที่แตกต่างของเราที่พอเจอน้องร้องไห้แล้วได้ประสานกับใคร แล้วทำอย่างไรต่อไปจนกระทั่งในที่สุดน้องไปโรงเรียนได้ใช้เวลานานเท่าไหร่
- ก็โอเคเราก็พูดคร่าวๆให้น้องฟังว่าประมาณนี้ได้มั้ย น้องก็โอเคเริ่มถ่ายต่อ ก็เป็นประเด็นว่า พอตัดสินใจเลือกให้เข้าเรียนแล้วก็ได้พูดเรื่องดีของโรงเรียนให้ฟัง พาไปส่งโรงเรียนเองแล้วอยู่ด้วยกันกับลูกจนคุ้นเคยกับเพื่อน คุณครูแล้วก็ปลีกตัวแอบออกมา แต่พอลูกหันมาเห็นว่าแม่ไม่อยู่ก็ร้อง ก็หลบไม่ให้เห็น แล้วก็วันแรกๆก็รับกลับเร็วนิดนึง แล้วคุณครูก็จะคอยเล่าให้ฟังว่าวันนี้ร้องนานไม่นาน ทำอย่างไรให้เงียบ แล้วเมื่อกลับบ้านก็พูดคุยแต่เรื่องดีๆที่โรงเรียน เล่นกับเพื่อนเป็นอย่างไร คุรครูใจดีมั้ย จะไม่ถามว่าร้องไห้นานมั้ย ไม่จี้จุดนั้นอีก ทั้งหมดก็ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนก็ไปโรงเรียนได้โดยไม่ร้องงอแงอีก กลายเป็นตอนเย็นไปรับไม่ยอมกลับบ้านแทน
- แล้วพอตอนจบน้องรุจน์ก็สรุปทิ้งท้ายให้ผู้ชมกับไปคิดกันเองว่าจะเลือกแนวทางแบบไหนไปใช้ แล้วก็จะไปถ่ายทำต่อในส่วนของคุณครูอีกครั้งคะ
- หมอนนท์ขาพอได้ประโยชน์ให้หมอนนท์มั้ยเนี่ย...อิ อิ