สวัสดีคะ ไม่พลาดที่จะติดตามมาเยี่ยมเยียน มาอ่านเช่นเคย

ดีใจที่อาจารย์ นำประเด็นนี้มาเขียนอีก ดีใจจริงๆ ที่ได้คุยจุดเดียวกัน

เพราะเป็นมุมเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่เหลือเกินในหัวใจ

--------------------

สารภาพว่าฟังเพลง "Perhaps Love"ทีไร ซึ้ง

น้ำตาคลอๆได้ทุกที เมื่อถึงท่อนที่ร้องว่า

"And in those times of trouble,

When you are most alone.

The memory of love will bring you home."

เหมือนกับว่า จอห์น เดนเวอร์ ส่งอ้อมกอดผ่านบทเพลงแสนสวย มาให้เราสะนั่น

-----------------

และเพิ่มเติม พลอยนึกถึงไม่วายสำหรับ บทความหนึ่งที่ติดใจ มาจนวันนี้

เคยโดนกระแทกใจมาแล้วครึ่งหนึ่ง เมื่ออ่านบทความมติชนรายสัปดาห์ เขาเขียนว่า มีคณะกรรมการหลายฝ่ายหลายท่านหลายหน่วยงาน มาจัดสร้างองค์พระพรหมใหม่เมื่อครั้งองค์พระพรหมเอราวัณ ถูกทุบและผู้ทุบก็เสียชีวิตจากการรุม XXXX มีความวิตก และจัดสร้างทำพิธีอัญเชิญองค์พระพรหมมาสู่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์อย่างเดิม มีกระบวนการมากมาย ในที่สุดผุ้เขียนลงท้ายว่า

จะมีใครบ้างไหมที่จะไปเยี่ยมเยียน ทำข่าว พ่อแม่ผู้เสียชีวิตที่ถูกรุมลงโทษมีใครบ้างไหมที่จะไปถามท่านเพียงว่าพ่อแม่ใจจะขาดเช่นไรรู้สึกอย่างไรที่รู้ว่าลูกเสียชีวิตจากความผิดพลาดที่ทำไปแล้ว และผุ้เขียนลงท้ายอย่างน่าซึ้งใจว่าไม่ต้องกังวลว่าองค์พระพรหมจะมาสถิต ณ สถานที่อันควรบูชายิ่งหรือไม่ เพราะที่แท้แล้ว “พรมอยู่ที่ในใจเราทุกคนนี้เอง” พรหมวิหารสี่นี้เอง วันนั้นถึงกับตลึงมันกระแทกเข้าไปที่ใจ

------------------------

เมื่อใดที่เผลอ เรามักผละออกจากพรหมหรือบ้านในใจ(home of here and now)

"เรามักเผลอไปเสมอ ว่าเราล้วนมาตัวเปล่า ลืมตัวถือกรรมสิทธิ์ในร่างกายจิตใจนี้

ลืมไปว่าไม่มีโกรธใด หลงใด โลภใด ไม่ได้รับการพิพากษา ให้ได้รับความเร่าร้อนแก่ตน

ลืมไปว่า ร่างกายนี้แค่ให้สมองมาคิด ให้จิตไว้กรุณา เราควรตอบแทนบุญคุณร่างกายนี้ที่เรายืมโลกใช้ชั่วคราวด้วยการสร้างคุณค่าทำความดี คิดดี เมตตากันและกัน เมตตาตัวเอง ลดละกิเลส ฝากคุณงามความดีแก่โลกนี้ไว้ "

ขอให้ความพยายามกลับบ้านของทุกคน จงสำเร็จผล

เดินทางไหนก็ได้ แล้วเราจะมาเจอกันที่เดียวกัน "home" และสวมกอดกัน

Someday I'll find you.

someday you'll find me too.

And when I hold you close.

I'll know that it's true.