เห็นพระปฐมเจดีย์ตอนนี้แล้วปวดใจตึ้บๆ ค่ะ เล่นรื้อกระเบื้องเก่าหมดเลยแล้วทำใหม่ (โชคดีได้ถ่ายภาพเก่าก่อนรื้อกระเบื้องไว้เมื่อไม่นานนี้เอง) เป็นวิธีการหาเงินของวัด กรมศิลป์ก็ทำเป็นนิ่งเฉยไม่รู้ไม่เห็น องค์เบ่อเริ่มนะนั่น ซ่อมแซมได้แต่มันได้ตังค์น้อยค่ะพี่ เรื่องแบบนี้ท่านอานันท์อุตส่าห์เขียนกฎหมายไว้ให้หนักแล้วแต่ก็ไม่เอามาใช้จัดการกัน ปรับหนึ่งล้าน จำคุกสิบปี ไม่ใช่ปรับอย่างเดียวด้วย แต่ก็เห็นรื้อทำลายโบราณสถานกันโครมๆ ไม่มีใครทำอะไร
ส่วนใหญ่ที่เกิดเรื่องพวกนี้เพราะพระอยู่นานก็รู้สึกว่าเป็นเจ้าของวัด ทำอะไรก็ได้ ถึงเกิดกรณีทุบเจดีย์ต้นตระกูลกัลยาณมิตรซึ่งเป็นผู้บริจาคที่สร้างวัดกัลยาณมิตร แล้วย้ายอัฐิบรรพบุรุษเขาไปอยู่ในศาลาแทน เหมือนไล่เจ้าของบ้านให้ไปอยู่ห้องคนใช้ ลูกหลานไม่เคืองก็แปลกล่ะ ถ้าเอาเรื่องกันถึงที่สุดพระเจ้าอาวาสก็ต้องติดคุกสิบปีค่ะ ข้อหาทำลายโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว รู้มั้ยว่าขึ้นทะเบียน รู้อยู่แล้วแต่ไม่สน จะทำซะอย่าง ถามว่าทุบทำไมก็เพราะต้องการนำที่ไปสร้างอะไรที่ใช้หาเงินได้นั่นแหล่ะชัดมาก พอเกิดเรื่องก็โบ้ยให้ผู้รับเหมาทันที (หลายคนไม่ค่อยทราบว่าผู้รับเหมาในการบูรณะโบราณสถานน่ะมีไม่กี่ราย ถ้าไปดูรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัทก็จะเจอรายชื่อคนในกรมศิลป์ทั้งนั้น เวลาทำอะไรกรมศิลป์เลยไม่เห็นค่ะ)
ถ้ากม.มีเขียนว่าให้รางวัลผู้แจ้งจับครึ่งหนึ่งเนี่ย รับรองว่าทั่วประเทศโดนกันเป็นพันคดี อธิบดีกรมศิลป์ก็ต้องโดนข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ กรมนี้คงมีคนนั่งได้เดือนละคนแล้วก็ย้ายเข้าไปอยู่บางขวางแทน