ผมไปประเมินวิทยฐานะครูที่โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม ก็พยายามใช้กระบวนการ KM ให้ครูเล่าเรื่องความสำเร็จและได้ดูเอกสารผลงานเขาด้วย  ผมพบครูหลายคน(ไม่อยากเอ่ยชื่อเพราะเดี๋ยวคนอื่นที่ทำดีเหมือนกันจะน้อยใจ) มีความกล้าหาญชาญชัย และใจกว้าง โดยให้นักเรียนเขียนประเมินตนเองอย่างอิสระ ไม่ต้องลงชื่อ บอกถึงความรู้สึก ความเห็น และสิ่งที่เขาอยากให้ครูปรับเปลี่ยนโดยบอกกับเด็กว่าจะไม่โกรธหรือตำหนิใดใดทั้งสิ้น และรู้สึกขอบใจด้วยซ้ำที่ให้ข้อมูลครู  มีครูคนหนึ่งท่านบอกว่าท่านมีข้อมูลนักเรียนทุกคนในห้องทุกแง่ทุกมุม ท่านจะหาทางดูแลช่วยเหลือนักเรียนทุกวิถีทาง โดยเฉพาะการประสานกับผู้ปกครอง โทรศัพท์ถึงกันตลอดจนผู้ปกครองไว้วางใจ ดึกดื่นเที่ยงคืนผู้ปกครองก็โทรมาปรึกษาเกือบทุกเรื่อง เช่นทะเลาะกับลูกก็ขอให้ครูช่วย ลูกไม่ยอมกลับบ้านก็ขอให้ครูช่วยตามให้ ฯลฯ และครูคนนี้แกก็กัดไม่ปล่อยจริงๆ เอาจริงเอาจัง จนเด็กยอมสยบ  ด้วยความเก่งของท่าน โรงเรียนจึงให้เป็นครูที่ปรึกษาห้องที่เด็กเกเรที่สุด …ลองนึกภาพดูซิว่า ครูผู้หญิงคนเดียว กล้าทำถึงขนาดนี้แล้วผลการประเมินจะเป็นอย่างไร…ผลปรากฎว่า เด็กส่วนใหญ่จะเขียน(ตามภาษาเด็ก) มีสาระทำนองว่า “แรกๆไม่ชอบครูเลยที่รู้เรื่องของตัวเองไปเสียทุกอย่าง ฉลาดเป็นกรด ทำอะไรผิดไม่เคยรอดสายตา ยิ่งกว่า FBI เสียอีก ใจกล้าบ้าบิ่นอีกต่างหาก ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าถ้าไม่มีคุณครูคอยทำอย่างนี้ ชีวิตตัวเองจะหลงผิดเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้ จึงรู้สึกขอบคุณและรักคุณครูมากเลย” นี่แหละครูมืออาชีพจริงๆ ถ้าผมมีอำนาจให้วิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ(ระดับ 10-11เดิม)ได้ผมจะมอบให้ครูคนนี้โดยไม่ลังเลใจเลย