สวัสดีครับ

มาอ่านเเล้ว 1 รอบ ยังย่อยไม่หมดครับ

ขอเก็บแบบเร็วๆ

และสะท้อนความคิดหลังอ่านแบบเร็วๆครับ...ดังนี้

    -  อนัตตา...ใช่แล้วครับเป็นสภาวะธรรม ที่เรายังไม่อาจจะรู้

             แต่ก็อาจจะพบแบบเเว๊ปๆ  ได้ บางครั้ง...

    - ยิ่งดู ยิ่งภาวนายิ่งเห็นอัตตา  เห็นกิเลส ในจิต

           ... จริงเช่นนั้นครับ  แต่ตอนแรกเราอาจจะหวั่นไหว ตกใจ

           ...อาจจะท้อแท้  แต่ถ้าดูไปสักพัก  ก็จะมีบางสิ่งตามมา

             และเปลี่ยนแปลงไป

    - สิ่งที่วัดผลการปฏิบัติได้ดีที่สุดคือ(ได้จากครูอาจารย์+และพี่ๆ)

         ...คือ ความโกรธ ความโลภ ความหลงที่ลดลงครับ

         ...ดังเช่นวานนนี้พี่พยาบาลท่านหนึ่งซึ่งเป็นสหายธรรม  เล่าว่า 5 เดือนที่ผ่านมานี้เกิดความก้าวหน้ามาก  เปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เร็ว  ท่านไม่ทราบว่าเพราะอะไร(หรือเพราะไปถ้ำจักตอก...)

     ...แต่ที่ชัดก็คือความนิ่งต่ออารมณ์ที่ปรากฏ  ไม่ยึดติดหลายๆเรื่องเช่นความสวย ผม(จริงๆพี่ท่านนี้งามในทางแบบโลกพอควร^_^)

 

     - ผมเข้าใจว่าทุกประสบการณ์  ทุกความคิด  ทุกเรื่องรายที่ปรากฏต่อรูปนามนี้  ของแต่ละรูปนามนั้น  ทั้งที่ผ่านมา  ตอนนี้  และในอนาคต  มันน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีแห่งการภาวนา  วิถีแห่งการเปลี่ยนแปลงภายในครับ

 

          อะไรจะเกิดขึ้น หรือปรากฏต่อจิต  สิ่งที่ผมเข้าใจได้บ้างตอนนี้คือ การรู้...แล้วมองถึงความเปลี่ยนแปลง เกิดดับ เป็นทุกข์(อิงสัญญาหรือความจำเล็กน้อย ^_^)..

 

     - ทุกวิถีของผู้เริ่มต้นที่กำลังคืบคลานแบบช้าๆเช่นผมเองนั้น  กำลังมุ่งตรงสู่การเจริญสติครับ   เชื่อว่าเส้นทางสายนี้น่าจะนำพา  สภาวะที่เราอาจจะไม่รู้  ไม่เคยสัมผัส  หรือเป็นสภาวะที่มีอธิบายไว้มากมายจนทำให้ผู้คนถกเถียงกัน  แบบปลาที่อยู่ในทะเลแล้วว่ากันด้วยเรื่องป่าและชีวิตบนบก......

 

       อย่างน้อยๆ  การคืบคลานแบบช้าๆนี้  ก็อธิษฐานจิตไว้ให้ถึงซึ่งการตื่นรู้  การรู้สึกตัวอย่างต่อเนื่อง  และการรู้ การเห็นว่ารูป-นามนี้ไม่ใช่เรา  และใช่เขา...

 

     ผู้เดินทางเท่านั้นที่จะรู้และเห็นได้  ดังเช่นผมตอนนี้เห็นแต่ตัวกูของกูอยู่เต็มไปหมดในจิตนี้ที่เกิดดับทุกขณะครับ

ขออนุโมทนาบุญอย่างยิ่งกับกุศลในการเจริญภาวนาครั้งนี้ของทุกๆท่านที่แม่ฮ่องสอนครับ...(เผื่อถึงน้องหมอที่ปายคือผมและพี่อ๊อดด้วยนะครับ  อัตตามันขอครับ...^_^)