"ในเกมสามก๊กแบบวางแผนที่ผม เล่นมาทุกภาค จะให้ขงเบ้งฉลาด100เต็มทุกภาค ส่วนสุมาอี้อยู่ที่96-97 ซึ่งน้อยกว่า บังทอง และ พอๆกันกับจิวยี่ ลกซุน กาเซี่ยงด้วยซ้ำ"
อ่านตรงนี้แล้วรู้สึกแปลกๆนะครับ คุณเอาเกมวางแผนสามก๊กมาปนกับความเป็นจริงได้ยังไง คุณเดาได้ไงว่าขงเบ้งจะเก่งเหมือนในเกม ผู้ผลิตเกมเขาก็ต้องให้ขงเบ้งเก่งอยู่แล้ว เพราะสามก๊กมีขงเบ้งเป็นตัวเอก แต่ในประวัติศาสตร์จริงล่ะ(ขอให้ยึดฉบับประวัติศาสตร์เฉินโซ่วเป็นหลัก) ขงเบ้งทำอะไรให้เสฉวนบ้าง ยกทัพไปตีเว่ยห้าครั้ง ไม่ประสบความสำเร็จซักครั้งเดียว แถมครั้งนึงน่าขำมากเพราะยกทัพไปตั้งเป็นหมื่นกลับตีเมืองเล็กๆที่มีทหารชายแดนเฮ็กเจียวที่มีทหารแค่สามพันไม่ได้ น่าขำจริงๆที่คุณเอาขงเบ้งไปเปรียบกับลกซุนที่ใช้กำลังทหารเผากองทัพเจ็ดแสนของเล่าปี่ได้ ส่วนเรื่องที่คุณว่าสุมาอี้เสียทีขงเบ้งหลายครั้งขอให้พิจารณาประวัติศาสตร์ดังนี้(credits จากhttp://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4124823/A4124823.html)
"ปีเจี้ยนซิงที่ ๕ ของสู่ (ค.ศ.
227) รัชกาลฮั่นโฮ่วจู่ จูเก๋อเลี่ยงถวาย “ฎีกาออกทัพ” ต่อฮั่นโฮ่วจู่
ตระเตรียมไปตีอาณาจักรเว่ย จูเก๋อเลี่ยงยกทัพไปถึงฮั่นจง
ฝึกซ้อมทหารม้า
และอพยพผู้คนจากในอาณาจักรสู่มากมายเข้าไปอยู่ในฮั่นจงเพื่อก่อตั้งเป็นค่ายชายแดน
ปีเจี้ยนซิงที่ ๖ (ค.ศ. 228)
จูเก๋อเลี่ยงนำทัพไปตีเว่ยครั้งที่ ๑ ในเวลาเดียวกันนั้น
เมิ่งต๋า(Meng
da)อดีตแม่ทัพของสู่ที่ไปสวามิภักดิ์ต่อเว่ยยกทัพก่อการกบฏต่อเว่ย
คิดจะบุกตีลั่วหยาง
ซือหม่าอี้ตัดสินใจเด็ดขาดยกทัพบุกอย่างรวดเร็ว
ตีเมืองซิน(ซินเฉิง : Xin
cheng) สังหารเมิ่งต๋าและฆ่าชาวบ้านล้างเมือง จูเก๋อเลี่ยงพิชิตหนานอาน(Nan an
: ปัจจุบันอยู่ในอำเภอหล่งซี(หล่งซีเซี่ยน)
มณฑลกานซู่) , เทียนสุ่ย(Tian
shui : ปัจจุบันอยู่ในอำเภอกานกู่ จังหวัดเทียนสุ่ย(เทียนสุ่ยซื่อ : Tian shui shi ;
กานกู่เซี่ยน : gan gu xian)
มณฑลกานซู่) , อานติ้ง(An
ding : ปัจจุบันอยู่ในอำเภอจิงชวน(จิงชวนเซี่ยน : Jing chuan xian)
มณฑลกานซู่) ๓ จวิ้น(จังหวัด)ของเว่ย
ภายหลังเนื่องจากหม่าซู่(Ma
su)แม่ทัพของสู่พ่ายแพ้แก่จางเหอ(Zhang
he)แม่ทัพของเว่ยทำให้ต้องสูญเสียเจียถิง(Jie
ting : ปัจจุบันอยู่ในอำเภอจวงล่าง(Zhuang
lang) มณฑลกานซู่)ไป
ประกอบกับเมิ่งต๋าลงมือร่วมก่อการไม่สำเร็จ
ทำให้จูเก๋อเลี่ยงต้องถอยทัพกลับฮั่นจงในปีเจี้ยนซิงที่ ๖
นั่นเอง
ฤดูหนาวปีเจี้ยนซิงที่ ๖ จูเก๋อเลี่ยงบุกตีเว่ยครั้งที่ ๒
โดยยกทัพออกทางด่านส่านกวน(San
guan)ไปล้อมเฉินชาง(Chen chang)
แต่เนื่องจากเสบียงไม่พอจึงถอยทัพกลับ
ปีเจี้ยนซิงที่ ๗ (ค.ศ. 229)
จูเก๋อเลี่ยงบุกตีเว่ยเป็นครั้งที่ ๓ บุกตีอู่ตู(Wu
du)และหยางผิง(Yang ping) ๒
จวิ้น
ปีหวงหลงที่ ๑ ของอู๋(Huang long :
มังกรเหลือง : ค.ศ. 229)
ซุนเฉวียนประกาศตัวเป็นฮ่องเต้ เรียกขานกันว่า “อู๋ต้าตี้”(Wu da di)
อาณาจักรสู่ส่งทูตไปอวยพรแสดงความยินดี
อู๋และสู่ทำสัญญาผูกสัมพันธไมตรีกันอีกครา
อาณาจักรอู๋ย้ายราชธานีไปยังเมืองเจี้ยนเยี่ย(Jian
ye)
ปีไท่เหอที่ ๔ ของเว่ย (Tai he :
ค.ศ. 230)
เฉาเจิน(Cao zhen)และซือหม่าอี้ยกทัพบุกสู่
แต่ยังไม่ทันเข้าไปในอาณาจักรสู่ก็ต้องเจอกับภาวะอากาศฝนตกหนักไม่ขาดสายตลอดเวลาจนต้องถอนทัพกลับโดยยังไม่ทันได้สู้
ปีเจี้ยนซิงที่ ๙ ของสู่ (ค.ศ. 231)
จูเก๋อเลี่ยงยกทัพไปตีเว่ยครั้งที่ ๔
ซือหม่าอี้ยืนกรานตั้งทัพรับโดยไม่ออกไปรบด้วยจนกองทัพของสู่เสบียงหมดและต้องถอยทัพกลับไปเองโดยปริยาย
เพียงได้สังหารแม่ทัพเว่ยนามจางเหอ(Zhang he :
คนที่เอาชนะหม่าซู่และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การบุกเว่ยครั้งที่ ๑
ของจูเก๋อเลี่ยงล้มเหลว)เท่านั้น
ปีเจี้ยนซิงที่ ๑๒ (ค.ศ. 234)
จูเก๋อเลี่ยงยกทัพบุกเว่ยครั้งที่ ๕ โดยยกทัพออกทางเสียกู่(Xie gu : หุบเขาเสีย)เข้ายึดครองอู่จ้างเหยวียน(ทุ่งห้าจ้าง : Wu zhang yuan)
แล้วแบ่งกำลังทหารทำนาตุนเสบียง
จากนั้นตั้งประจันกับซือหม่าอี้ที่ริมฝั่งแม่น้ำเว่ย(เว่ยสุ่ย : Wei shui)
ซือหม่าอี้ยังคงคุมทัพเฝ้าอยู่เฉยๆโดยไม่ออกมาสู้ด้วยเช่นเดิม
เดือน ๘ จูเก๋อเลี่ยงป่วยตายในกองทัพ เจี๋ยงหว่าน(Jiang wan)รับหน้าที่แทนจูเก๋อเลี่ยง เลื่อนขึ้นรั้งตำแหน่งต้าซือหม่า(Da si ma)กุมบังเหียนการปกครองของอาณาจักรสู่ นอกจากล้มเลิกนโยบายบุกขึ้นเหนือแล้ว แนวทางการปกครองอื่นๆเจี๋ยงหว่านล้วนแต่ปฏิบัติตามที่ระบบจูเก๋อเลี่ยงได้วางเอาไว้ก่อนแล้วทั้งสิ้น"
จะพบว่าสุมาอี้กับขงเบ้งแทบไม่ได้เจอกันในสมรภูมิเลย สุมาอี้แค่ตั้งท่ารบแบบยืดเยื้อก็ทำให้ทหารขงเบ้งขาดเสบียงจนต้องถอยได้ ดังนั้นเรื่องที่สุมาอี้เกือบตายเพราะถูกขงเบ้งเผาจึงไม่มี กลยุทธ์เปิดเมืองร้างดีดพิณก็ไม่มีเพราะตอนนั้นสุมาอี้ดำรงตำแหน่งมหาราชครู(ถ้าจำไม่ผิด)เพราะมีคนอิจฉาเพ็ดทูลฮ่องเต้ให้ตั้งสุมาอี้ไปอยู่ในตำแหน่งเกียรติยศที่ไม่มีอำนาจทางทหาร จนต่อมาถึงมาทำหน้าที่แม่ทัพได้
"เห็นได้เลยว่าเล่าปี่ยอมเสียสละทุกอย่างเพียงเพื่อคำสาบานสวนท้อ (ล้างแค้นให้กวนอู)"
ถ้ายังงั้นคุณก็คงต้องให้โจโฉเป็นคนดีมากด้วยเพราะเขาได้สั่งให้ทำลายเมืองชีจิ๋วที่เฉินโซ่วบันทึกว่าเป็นคนวางแผนฆ่าพ่อโจโฉแต่ฉบับงิ้วว่าเป็นพวกโจรผ้าเหลืองฆ่า โจโฉที่คิดล้างแค้นให้พ่อกับเล่าปี่ที่คิดล้างแค้นให้น้องร่วมสาบาน คนไหนน่ายกย่องกว่า และคุณก็ต้องนับถือให้กษัตริย์องค์หนึ่งเป็นคนดีสุดซึ้งเลย เขาคือ..ซ่งเกาจงฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ซ่ง ผู้ยกแผ่นดินจีนครึ่งประเทศให้กิมก๊ก แลกกับอิสรภาพของเหว่ยเฮาพระมารดา นี่สิครับคนยอมเสียสละตัวจริงเห็นไหม เสียสละแผ่นดินตั้งครึ่งประเทศ ทุ่มมากกว่าเล่าปี่ซะอีกนะ คุณควรเรียกพระเจ้าแผ่นดินนี้ว่าซ่งเกาจงมหาราช เพราะซ่งเกาจงมหาราชนี่แหละ เป็นคนปูทางการล่มสลายของราชวงศ์ซ่ง เรียกตัวงักฮุยกลับจากแนวหน้าเพื่อพระมารดาเพราะมีคนทูลว่าที่พวกกิมไม่ปล่อยพระมารดาเพราะยังมีแม่ทัพเก่งๆ โอ้ เป็นคนดีจริงๆนะครับ
"เล่า ชวน หัว เขียนเพื่อให้หนังสือตัวเองขายดี"
ถ้าเขาต้องการเขียนให้ขายดีจริงก็มีทางอื่นอีกหลายทางนะครับ ไม่เห็นต้องไปเขียนด่าเล่าปี่แหวกแนว ต้องไปสืบหาบันทึกประวัติศาสตร์มาแปลให้พวกเราๆอ่าน ดูสิครับฉบับไหนที่เขียนออกมาเชิดชูเล่าปี่เคยไปพลิกฉบับเฉินโซ่วมาบ้างรึเปล่า ส่วนใหญ่ผมเห็นแต่เอาหลอกว้านจงมาทั้งนั้น ถ้าเล่าชวนหัวต้องการให้ขายดีเฉยๆไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้ แค่เขียนเชิดชูเล่าปี่เหมือนที่มีคนเคยเขียนนั่นแหละครับ ไม่ต้องเสียเวลาแปลหลายๆฉบับให้ยุ่งยากเลย อีกอย่างเล่าชวนหัวไม่ได้บอกว่าแนวคิดของเขาถูก เขายังเขียนไว้ในหนังสือว่าอยากให้พวกคนอ่านวิเคราะห์ไปด้วยอย่าเชื่อเขาอย่างเดียว
"ความคิดที่แท้จริงของเล่า ชวน หัว ก็คือต้องการอะไรแปลกใหม่ นำสมัย เท่านั้น"
”
เล่าชวนหัวไม่ได้ด่าขงเบ้งเล่าปี่ลอยๆ แบบไม่มีเหตุผลเหมือนพวกขี้แพ้ชวนตี เขาได้หาหลักฐานมากมายมาอ้างถึงคนเหล่านี้ อย่างยุทธศาสตร์หลงจงคุณคิดว่าเป็นแผนของคนมีคุณธรรมงั้นหรือ การที่จะไปแย่งชิงเมืองจากคนที่เคยอุปถัมภ์ตน ขนาดโจโฉยังไม่ฆ่าตันก๋งที่เป็นกุนซือลิโป้ศัตรูของตนเพราะตันก๋งเคยช่วยเขาไว้แม้จะเป็นแค่การช่วยครั้งเดียว แต่ตันก๋งต้องการตายโจโฉจึงต้องฆ่า แต่เล่าปี่ขงเบ้งกลับคิดทรยศผู้มีพระคุณและผู้มีพระคุณนั้นก็ไม่ได้ตั้งตัวเป็นศัตรูแบบที่ตันก๋งทำกับโจโฉด้วย แถมที่เล่าชวนหัวกล่าวว่าขงเบ้งได้รับบุณคุณจากเล่าเปียวก็ไม่ได้กล่าวลอยๆ ถามจริงเถอะครับ ถ้าตอนนั้นขงเบ้งไม่ได้รับความเมตตาจากเล่าเปียวขงเบ้งจะไปอยู่ไหน ถ้าเล่าเปียวไม่สนใจเล่าปี่ที่หนีจากอ้วนเสี้ยวมาเล่าปี่จะไปอยู่ไหน เพราะเล่าปี่ก็ยังเป็นจ้าวไม่มีศาลอยู่เลย นอกจากนี้ถ้าคุณคิดว่าเล่าปี่ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรคุณก็จงทิ้งสำนวน "กินบนเรือนขี้บนหลังคา" ซะ และคุณจงถือว่าคนทรยศคนขายชาติเป็นคนดี เพราะเล่าปี่ต้อนรับเตียวสงคนทรยศอย่างดีด้วยการให้ยอดขุนพลอย่างจูล่งต้องมาต้อนรับคนขายชาติ ผมว่าขงเบ้งเป็นพวกชอบเลียนแบบรัฐฉินสมัยเลียดก๊ก เพราะรัฐฉินใช้นโยบายขยายดินแดนแบบเดียวกับขงเบ้งนั่นแหละ แต่ขงเบ้งลืมนึกไปว่า การที่บ้านตัวเองยังไม่สะอาดแต่ถือไม้กวาดไปกวาดบ้านคนอื่นจะเป็นยังไง เขาจึงใช้นโยบายขยายดินแดนอย่างไม่ว่างเว้น ต่างกับรัฐฉินที่วางรากฐานตั้งแต่ฉินเซี่ยวกงที่มีซางยางยอดไจเสี่ยง ฉินฮุ่ยอ๋องมีจางหยียอดปราชญ์จากหุบเขาปีศาจ และในที่สุดสมัยฉินอ๋องเจิ้งมีหลี่ซือกับอ้วยเหลียวเป็นฝ่ายคิด ฝ่ายศึกมีหวังเจี่ยน หวังเปิน หลี่ซิ่น หยางตวนเหอ เป็นต้น ทำให้ในที่สุดรัฐฉินรวมแผ่นดินได้ แต่ที่ขงเบ้งทำคือมุ่งรวมแผ่นดินอย่างเดียว ทั้งที่ในกองทัพแทบไม่มีทหารฝีมือดีแล้ว ฝ่ายคิดก็มีแค่ตัวขงเบ้งคนเดียว ผมว่าขงเบ้งควรจะรีบหาทหารฝีมือดีใหม่ๆมาจะดีกว่าดันทุรังรบ ซึ่งผลทำให้เสฉวนล่มก่อนใครในสามก๊ก ตัวอย่างแบบนี้เคยมีให้เห็นสมัยจ้านกว๋อแล้ว ฉีหมิ่นอ๋องแห่งรัฐฉีชอบขยายดินแดนรุกรานรัฐอื่น ในที่สุดเลยถูกพันธมิตรหกนครนำโดยงักเยหรือเล่อยี่ บุกตีจนเหลือสองเมืองสุดท้ายโชคดีเล่อยี่ถูกปลดก่อนเลยรอดมาได้ อีกอย่างจากประวัติศาสตร์ข้างต้นคุณจะเห็นว่า
"แนวทางการปกครองอื่นๆเจี๋ยงหว่านล้วนแต่ปฏิบัติตามที่ระบบจูเก๋อเลี่ยงได้วางเอาไว้ก่อนแล้วทั้งสิ้น"
ถ้าขงเบ้งเก่งจริงเสฉวนต้องไม่ล่มสิครับ เพราะเจียวอ้วน(เจี๋ยงหว่าน)ดำเนินนโยบายปกครองแบบเดียวกับที่ขงเบ้งวางรากไว้ ถ้าขงเบ้งเก่งจริงต้องทำให้เสฉวนเจริญขึ้น ไม่ใช่เจริญลงจนแค่เตงงายบุกครั้งเดียวเสฉวนก็ล่มยังงี้ ผลมาจากการที่เขาเกณฑ์คนไปทำสงครามตลอดเวลาเหมือนจักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศสที่แม้มีกำลังเข้มแข็งแต่ก็ถูกตีจนต้องสละบัลลังก์ เพราะปวงประชาเบื่อสงคราม ผมว่าเสฉวนคงเหมือนกันเพราะหลังขงเบ้งตายเกียงอุยก็เกณฑ์คนไปตายอีก พอทหารวุ่ยมาถึงประชาชนคงโห่ร้องยินดีมากกว่ามั้งผมว่านะ
แต่ถ้าคุณจะคิดว่าขงเบ้งยอดๆๆๆ ก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมแค่จะพูดให้ฟังเท่านั้น เชื่อหรือไม่แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน...