ตามมารังควาน

ตัวแรกเป็นผีเสื้อกลางคืน รูปร่างอยู่ในกลุ่มผีเสื้อจรวด สังเกตที่ปีกลู่

ไม่มีรู้มีคนตั้งชื่อภาษาไทยหรือยังครับ

การแยกผีเสื้อกลางวัน ออกจากผีเสื้อกลางคืน ไม่ใช่ดูที่เวลาออกมาให้เห็น(ผี่เสื้อกลางคืนบางชนิดออกมาหากินตอนเช้า-สาย เช่น ผีเสื้อทองเฉียงพร้า (ชื่อน่าจะประมาณนี้นะ) เจ้าตัวเหลืองปีกดำ ในบันทึกตอนสองของอาจารย์นั่นล่ะครับ ) แต่ให้ดูที่หนวด ผีเสื้อกลางคืนหนวดเป็นหวี หรือเป็นปม เป็นเส้นสั้น ผีเสื้อกลางวันทั้งหมด หนวดเป็นเส้นเรียว

สีของผีเสื้อกลางคืน มีความพิสดารเพราะเป็นสีที่ไม่ได้ถูกคิดมาสำหรับแสงกลางวัน พอมาดูในแสงกลางวัน มันจึงงามอย่างไม่อาจอธิบายได้ว่า มันเป็นสีอะไรแน่

อีกตัวเป็นด้วง (น่าจะในวงศ์Cerambycidae) มันเลียนแบบแมงมุมใยมอง หรือแมงมุมเลียนแบบมันกันแน่ (?)

ตั๊กแตนกิ่งไม้ครับ http://www.malaeng.com/blog/?cat=56 อยู่ในกลุ่มแมลงที่ยาวที่สุดในโลก เคยมีบันทึกขนาดยาวเกือบ2 ฟุต

รูปแบบนี้ เป็นการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดด้วยการพรางตัว

บางชนิดพรางเป็นใบไม้เหมือนเดี๊ยะ แต่นกมองออก

บางชนิดพรางเป็นกิ่งไม้

แต่ไม่รู้พิสูจน์ได้แค่ไหนว่า แบบใดประสบความสำเร็จกว่ากัน

แต่ถ้าสนใจพวกแมลงจะพบว่า แมลงมีความสามารถในการแปลงกายเยอะ และน่าทึ่งมาก

พูพอน buttress root ช่วยให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ สูง30-40 เมตรในป่าดิบชื้นยืนอยู่ได้ แม้ดินจะอ่อน หน้าดินตื้น พื้นที่ลาดเอียง ด้วยการสร้างระบบรากที่เหมือนเป็นสันค้ำ แผ่ออกไป โดยรอบ บางต้น กินพื้นที่รากและพูพอน หลายสิบตร.ม. พบในป่าดิบชื้น ต้นสมพง พระเจ้าห้าพระองค์ ฯลฯ บางต้นพูพอนเป็นถ้ำเบ้อเร่มเข้าไปหลบฝนได้เลย

ต้นที่คลาสสิกมากที่ผมชอบไปเยี่ยม เป็นต้นพระเจ้าห้าพระองค์ในเทรล 6 ในป่าเขาใหญ่ ( แนบรูปไม่เป็นไม่งั้นจะแนบให้ดูครับ)

ที่น่าสนใจคือระบบรากแบบนี้ เป็นการแผ่รากตื้น ซึ่งนอกจากยึดโยงแล้ว ยังดูดธาตุอาหารจากหน้าดินได้ดีเพราะดินในป่าดิบชื้น ธาตุอาหาร จากการย่อยสลายของซากจะสะสมอยู่ที่หน้าดิน และอัตราการไหลของน้ำที่พัดพามาก็จะสูงมาก รากช่วยชะลอน้ำ และกักธาตอาหาร ดูดอาหารได้มาก ทำให้ต้นไม้มั่นคง ที่สำคัญทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของป่าเกิดขึ้น

หากคิดย้อนกลับ บางทีไม่ใช่เพราะดินอุดมทำให้มีต้นไม้ แต่ต้นไม้ทำให้ดินในป่าดิบ สมบูรณ์ขึ้นตะหาก

เอาเท่าที่นึกได้เลาๆ เล่ากันเล่นๆครับ จารย์