เอาละครับ คุณทรงวุฒิ

ผมคงไม่เอาเวลาไปต่อล้อต่อเถีงกับคุณอีกต่อไป เพราะผมคิดว่าคงไม่มีประโยชน์

คุณทิ้งท้ายว่า "เราอยากให้คนอื่นเสียสละ แต่ถ้าถามเราละ จะเสียสละเหมือนพวกเขาหรือเปล่า "

ผมมั่นใจครับว่า การศึกษาที่ผมมีอยู่ตอนนี้ ไม่ได้บ่มเพาะผมเฉพาะด้านวิชาการ ยังรวมถึงคุณธรรมอีก

ด้วยครับสำหรับเลือดลูกพระบิดา ได้เอาคำสอนมาไว้ในใจเสมอครับ

"ให้ถือประโยชน์ของตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของคนอื่นเป็นหนึ่ง"

งานแบบผม ถ้าไม่เสียสละ ไม่อดทน ให้มาก ก็มีแต่ไม่เจริญครับ

ผมอยากถามกลับไปว่า ถ้าผมบอกให้คุณเอาคำนี้ไปลองใช้บ้างละครับ คุณจะกล้าเสียสละใหมครับ

สมมติว่าประโยชน์ไม่ได้เกิดแค่บริษัทน้ำมันข้ามชาติ แต่นั่นหมายถึง เศรฐษกิจ (ที่แสนย่ำแย่ของจังหวัด)

ประโยชน์ที่จะเกิดกับประเทศ

--- คุณจะกล้าเสียสละไม๊ ?----

สิ่งที่คุณควรเคารพก็คือการรับฟัง (ไม่ใช่ยอมรับ) ข้อคิดเห็นของผู้อื่นตามหลักประชาธิปไตย (นั่นคือการหาทางออกของปัญหาร่วมกัน)

ไม่ใช่คุณตั้งไว้แล้วว่า มันเป็นเส้นขนานกันระหว่าง ปัญหา และการแก้ปัญหา

วิถีทางแบบนี้เรียกว่าวิถีทางของคนไม่ฉลาด นั่นคือการหนีปัญหา

แม้ว่าผมจะเรียนมาในสายการแพทย์ก็ตาม ความเป็นเลือดเหลืองแดง ในรั้วแม่โดม แหล่งซึ่งเป็นนักคิดด้านประชาธิปไตยของประเทศไทย ทำให้ผมได้ซึมซับ

สังคมประชาธิปไตยไปเยอะพอควร ผมขอชื่นชมและรับฟังในข้อคิดเห็นของคุณครับ

แต่

การเป็นประชาธิปไตยเห็นต่างได้ครับ แต่ไม่แตกแยก นั่นคือ หาทางออกร่วมกัน นั่นคือ พบกันคนละครึ่งทาง

ผมว่า ถ้าคุณจะเรียกร้องให้สร้างสรรค์กว่านี้ นั่นก็คือ ทำยังไง ให้มันออกกฏหมาย หรือ กลไกรัฐที่ชัดเจนในการรับผิดชอบ adverse effects ที่จะเกิดขึ้น

พูดง่ายๆ คือเรียกร้องให้ออกกฏหมายควบคุม ทีได้ผล คุณกลัวว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไร คุณก็เรียกร้องอย่างงั้นซิ สร้างสรรค์กว่าคัดค้านแบบไม่มีเหตุผลเยอะเลย

ท้ายนี้ผมอยากจะบอกคุณว่า ผมคงไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย (จากการตอบ blog คุณครั้งนี้) แถวเมื่อยมือด้วยซ้ำ

ผมคงไม่ได้เรียกร้องให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมนครศรีธรรมราช เพื่อให้ผมได้มีที่ทำงานใกล้บ้าน

เพราะ จริงๆแล้ว อาชีพอย่างผมทำงานที่ไหนก็ได้ ตั้งแต่ชุมชนที่มีวิถีชีวตเรียบง่าย ถึง ศูนย์กลางความเจริญของประเทศ อันมีความคิดซับซ้อนมากมาย

ไม่ต้องรอบุณบารมีจาก project ยักษ์ อย่าง นิคมอุตสาหกรรมนครศรีธรรมราช หรอกครับ

ผมจบมาใหม่ก็เลือกที่จะไม่ทำงานที่นครครับ ผมไปทำงานหาดใหญ่ ก็เลยรู้ดีว่า คนอื่นเค้ามองเรายังไง

ให้ผมจบการศึกษาสูงๆ แล้วมีแหล่งงานที่บ้านเกิดผม ผมก็อยากไปทำน่ะ อยากพัฒนาบ้านเกิดเหมือนกัน

แต่ผมคิดว่า ปัจจุบันนครยังไม่พร้อมครับ ไม่พร้อมด้วยคนเป็นหลัก คนมีการศึกษาแต่แนวคิดไม่เปลี่ยนแปลง

พร้อมรับการพัฒนา การปรับตัว คนนครยังเป็นแบบคุณทรงวุฒิ เยอะครับ ทำให้วัฒธรรมขององค์กรแทบทุกแห่งในนครศรีธรรมราช

ไม่เอื้อแก่การพัฒนา

ผมฝากไว้เท่านี้แหละครับ