การเลิกบุหรี่อยู่ที่ใจ และอยู่ที่คนที่เรารัก

เมื่อคืนดูรายการที่สัมภาษณ์คุณโกวิท วัฒนกุล เล่าให้ฟังว่าลูกพูดว่าทำไมพ่อยังไม่เลิกบุหรี่ พ่อก็รู้ว่าหนูไม่ค่อยสบาย ร่างกายหนูไม่ค่อยแข็งแรง พ่อไม่รักหนูแล้วหรือ ไม่เป็นไรหรอกเชิญพ่อสูบไปตามสบาย หนูกับแม่จะได้รู้ว่าพ่อรักบุหร่หรือรักพวกเรา.. คุณโกวิทนั่งคิดเป็นชั่วโมงแล้วในที่สุดก็ทิ้งบุหรี่ได้ เรื่องนี้มันอยู่ที่ใจและอยู่ที่การกระตุ้นต่อมให้คิดเลิกบุหรี่ได้ถูกหรือเปล่า

ผมเลิกบุหรี่เองโดยอาศัยความเกรงใจในครอบครัว เดิมสมัยเพิ่งแต่งงานก็ยังสูบบุหรี่ มีลูกก็ยังสูบบุหรี่ น้องนิวเดินมาบอกเหม็นเรายังโกรธลูกไล่ให้ออกไปห่างๆ แต่ตอนหลังก็เริ่มไม่สูบที่บ้าน แต่ไปสูบที่ทำงาน แล้วก็ค่อยๆลดบุหรี่ลงสูบวันเวลาราชการ หยุดสูบตามวันหยุดราชการ อิอิ แล้วก็หยุดซื้อแต่ขอเพื่อนร่วมงานดูด แต่ในที่สุดก็เลิกเพราะหาเวลาอยู่กับครอบครัวให้มาก ยิ่งอยู่กับครอบครัวมากเท่าไหร่ก็ไม่แตะบุหรี่โดยปริยาย จนเลิกมาเด็ดขาด เดินเข้าใกล้คนสูบบุหรี่รู้เลยว่ามันเหม็นมาก และรู้สึกเสียใจที่เคยทำให้คนอื่นเหม็น

มาเป็นกำลังใจให้คนที่เข้ามาอ่านและยังสูบบุหรี่ได้เลิกสูบบุหรี่ด้วยความเข้มแข็ง คนติดยาเสพติด หยุดเสพเขามีอาการเจ็บปวดตามร่างกายคลุ้มคลั่ง แต่กับบุหรี่มีเพียงอาการหงุดหงิดสองสามวันแรก พอผ่านตรงนั้นมาได้ก็สบายแล้ว ง่ายกว่าการหยุดเสพยาเสพติดเยอะหลายเท่าครับ ดังนั้นในช่วงสองสามวันแรกให้อยู่กับคนที่เรารัก ทำกิจกรรมร่วมกัน ไปสถานที่ที่มีออกซิเจนเยอะๆ สถานที่สงบเช่น วัด ห่างคนที่สูบบุหรี่ (เพราะแปลกคนที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ ได้กลิ่นบุหรี่จะรู้สึกหอม แต่พอหยุดบุหรี่เด็ดขาดจะรู้สึกเหม็น)แต่บอกได้เลยว่าการหยุดสูบบุหรี่ ถ้าค่อยๆเลิกมักไม่ประสบผลสำเร็จ ถ้าคิดจะหยุดก็หยุดเลย แล้วเมื่ออยากสูบบุหรี่ก็ไปออกกำลังเบาๆ เช่นเดินในสวน คุยเรื่องสนุก อ้อ..อย่าดื่มกาแฟหรือแอลกอฮอล์ เพราะนั่นคือตัวกระตุ้นให้อยากสูบบุหรี่ครับ