•      การรับข้อมูลสะท้อนกลับ ในส่วนตัว ผมคิดว่าขึ้นกับแต่ละบุคคลครับ ที่สามารถรับข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ แล้วแปลงมาให้ใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด เราคงไม่ปฏิเสธว่า แวดล้อมตัวเราเองมีทั้งคนที่ชอบพอเรา และคนที่อาจจะไม่พอใจตัวเราปะปนกันอยู่ คนที่ชอบพอกัน ส่วนใหญ่คงพูดจาในเรื่องราวที่ค่อนข้างบวก หรืออาจจะไม่บวกก็ตาม ส่วนคนที่ไม่ชอบพอกัน ส่วนใหญ่คงมักเป็นภาพติดลบซะมากกว่า ข้อมูลเหล่านี้มีการใส่จริตและสีสันต่างๆเข้าไปตามอารมณ์ของผู้พูดและสถานการณ์ที่พูดคุยกันในขณะนั้น การที่เราได้รับฟังต่อๆกันมา เรื่องราวหลายอย่างอาจผิดเพี้ยนกันออกไปบ้างพอประมาณ
  • สิ่งสำคัญที่สุดคงอยู่ที่ตัวกรอง (Filter) ของเราครับ ว่าจะเลือกกรองเฉพาะข้อมูลที่บวก แล้วภูมิอก ภูมิใจที่คนมีกล่าวขวัญถึง หรือ กรองข้อมูลที่เป็นลบ แล้วกลุ้มอกกลุ้มใจที่คนสรรเสริญ
  • ตัวกรองข้อมูลของเรา เป็นการเลือกที่จะรับฟังเฉพาะข้อมูลบางสิ่งบางอย่างที่อยากจะได้ยิน และไม่รับฟังข้อมูลบางอย่างที่ไม่อยากจะได้ยิน
  • ความบกพร่องของตัวกรอง จะทำให้คนบางคนไม่ได้ยินเสียงเตือนด้วยความเป็นห่วงของคนรอบข้าง และหลงระเริงไปกับเสียงชมเชยจากคนประจบสอพลอรอบตัว
  • ปัญหาจึงน่าจะอยู่ที่ เราจะมีวิธีการอย่างไร ในการปรับปรุงตัวกรองข้อมูล ซึ่งอยู่ภายในใจของเรา ในการรับฟังข้อมูลที่ได้ยินมา แล้วกรองข้อมูลเหล่านั้นได้ใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริงที่สุด  หากทำได้ เราก็จะเข้าใจในทุกสถานการณ์ที่เผชิญอยู่และสามารถตอบสนองหรือแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นธรรม หากทำไม่ได้ ก็ไม่แตกต่างจากการเลือกที่จะปิดหูปิดตาตัวเองครับ
  • คนที่มีตัวกรองข้อมูลบกพร่อง ในเรื่องเดียวกันอาจเข้าใจได้แตกต่างจากความจริงไปคนละทาง ซึ่งคงไม่ต้องพูดถึงวิธีการแก้ปัญหานะครับ ว่าจะไปคนละทิศเพียงใด
  • นี่จึงน่าจะเป็นสิ่งที่ตอบได้ว่า ทำไมคนบางคน แม้จะฟังคนพูดคนเดียวกัน แต่ทำไมเข้าใจกันไปคนละทิศครับ