สวัสดีจากญี่ปุ่นค่ะ,
ขออนุโมทนาในจิตอันเป็นกุศลที่จะหาทางช่วยผู้ป่วยในระยะสุดท้ายนะคะ
ไม่ทราบว่าเคยได้ยินเรื่องการฝึกการเจริญสติให้สามารถอยู่กับปัจจุบันขณะได้ทีละขณะไหมคะ?
จริง ๆ ก็คือ วิปัสสนา นั่นล่ะค่ะ
เพราะถ้าจะหาวิธี "วิถีพุทธ" ที่มีประสิทธิภาพที่สุดจริง ๆ แล้ว ก็ต้องดูก่อนเลยน่ะค่ะว่า พระพุทธเจ้าทรงระบุว่าวิธีใดเป็นวิธีที่จะใช้กับข้ามพ้นทั้งทุกข์ทางกายและทางใจได้
วิธีนั้นคือ การเจริญสติในแนวสติปัฏฐาน ๔ หรือ การฝึกวิปัสสนาภาวนานั่นเองค่ะ เป็นทางสายเดียวที่จะทำได้ มีระบุไว้ชัดเจนในพระไตรปิฎก มหาสติปัฏฐานสูตร เลยน่่ะค่ะ เล่มที่ ๑๐ ฑีฆนิกาย มหาวรรค ไปหาอ่านได้
ทางการแพทย์ตะวันตกก็นำไปปรับใช้มาตั้งแต่ทศวรรษที่ ๘๐ แล้วนะคะ เพราะมีแพทย์ตะวันตกมากมายที่มาฝึกวิปัสสนา เขาเีรียกว่า mindfulness meditation น่ะค่ะ
ถ้าเป็นหนังสือหรือวิธีของแพทย์ตะวันตก แนะนำของคุณหมอ Jon Kabat-Zinn ซึ่งได้คิดโปรแกรมที่ทำได้ผล ทั้งกับผู้่ป่วยระยะสุดท้ายที่เจ็บป่้วยทางกาย และกับผู้ป่ีวยโรคเครียดทางใจทั่วไปค่ะ คอร์สของคุณหมอชื่อ Mindfulness-Based Stress Reduction Program (MBSR) น่ะค่ะ
คุณหมอท่านนี้ทำมายี่สิบกว่าปีแล้ว และนิตยสารไทม์ และ นิวสวีค ต่างก็เคยไปสัมภาษณ์ลงหน้าปก พร้อมทั้งสถานีทีวี พีบีเอส ก็เคยไปทำรายการ 60 Minutesค่ะ ของอเมริกาน่ะนะคะ
แต่ถ้าอยู่เมืองไทยทั้งที ควรจะได้ลองเข้าคอร์สพัฒนาจิตเพื่อให้เกิดปัญญาและสันติสุขในแนวคุณแม่สิริกรินชัยเองสัก ๗ วันดูนะคะ เพราของเรานั้นต้นตำรับของแท้และดั้งเดิม ครบถ้วนและได้ผลพิสูจน์ได้ชัดเจนมาก ที่สำคัญฟรีด้วยค่ะ ส่วนตัวขอแนะนำที่ มูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่ นะคะ เพราะมีอาจารย์หมอและพยาบาลที่มช.ไปเข้าหลายท่าน เห็นว่าดีมาก เลยทำเรื่องให้นิสิตแพทย์มช.ปี ๑ ต้องมาผ่านคอร์สที่นี่ก่อน จึงข้ามไปเรียนปี ๒ ได้ค่ะ
หวังว่าคงพอจะเป็นประโยชน์บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ ตัวเองบังเอิญทำป.เอกด้านที่เกี่ยวข้องอยู่น่ะค่ะ อ้อ, อาจารย์ที่เป็นประธานมูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่ท่านเป็นคณบดีมนุษยศาสตร์ ราชภัฏเชียงใหม่ ท่านก็บล็อกอยู่ีที่นี่นะคะ ชื่ออ.พิชัย กรรณกุลสุนทรค่ะ ยังไงลองหาดูก็แล้วกันนะคะ
สวัสดีค่ะ,
ณัชร