<p>เห็นอาจารย์พูดถึงสวนญี่ปุ่นก่อนจะจบเรื่องเล่า หนูก็เลยนำรูปคนนั่งกำหนดดูสวนญี่ปุ่นมาฝากค่ะ</p><p>หนูอ่านที่อาจารย์เขียนแล้ว เมื่อเทียบเคียงกับการที่ตัวเองได้มาอยู่ที่ญี่ปุ่นนี้เป็นเวลาหลายเดือน ก็รู้สึกเห็นด้วยกับที่อาจารย์ว่าไว้ทุกประการ</p><p>ไม่ว่าจะเป็นในประเด็นที่ว่า </p><ul>
</ul>เรื่องความร่วมมือของมหาวิทยาลัยของอาจารย์และของญี่ปุ่นนั้น หนูอยากเข้าไปมีส่วนอาสาช่วยด้วยได้จังเลยค่ะ เพราะตอนหนูอยู่ป.ตรีที่จุฬา (นานมากแล้วค่ะ) หนูเคยไปช่วยทำโครงการ International Understanding Program ของสถาบันเอเชียศึกษาด้วย และก็อย่างที่อาจารย์ทราบน่ะนะคะ หลังจากนั้นหนูก็ได้ทุนสั้น ๆ มาที่นี่อีกนิดหน่อยหน่อมแน้มพอเป็นกระสาย และมาหนนี้ก็รู้สึกเอ็นดูพวกเด็ก ๆ ป.ตรีที่ได้เข้าไปทำกิจกรรมด้วยมากเลยค่ะ รู้สึกเขาใส ๆ ขี้อายน่ารักจริง ๆ ด้วยค่ะ โดยเฉพาะเด็กผู้ชายน่ะนะคะ นั่นขนาดหนูไปร่วมชมรมฟันดาบซามูไรน่ะนะคะ น่าจะเฮี้ยวหน่อยแล้วนะนั่น เจอหนูฟันหัวแบะ ฮิ ๆ (ต้องอธิบายเขาค่ะว่าเมืองไทยเรามีวีรสตรีเยอะ เปลก็ำไกว ดาบก็แกว่ง เพราะกีฬาดาบซามูไรที่นี่แข่งไม่แยกผู้หญิงผู้ชายแล้วเขางงว่าหนูทำไมแววดีเหลือเกิน ประเทศไทยนี่เลี้ยงด้วยอะไร ถึงได้ตัวโตอย่างนี้ เอ๊ย สู้ตายอย่างนี้ และได้เหรียญด้วยนะคะ ทำเป็นเล่น ฮิ ๆ)
<p> ยิ่งเด็กนักศึกษาต่างจังหวัด ก็จะยิ่งมีความใสซื่อ น่ารัก มากกว่าเด็กในเมืองหลวงมากค่ะ อย่างที่หนูมีโอกาสไปเยือนเมืองนาโงย่ากับรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยช่วงวันหยุดยาวก่อนปีใหม่ เขามีเพื่อนเป็นเด็กนาโงย่ามาอาสาพาไปชมเมืองและพาไปทานข้่าวกลางวัน เขาบอกว่าเขาพามาร้านนี้เพราะพ่อแม่เขาแนะนำให้พามา เนื่องจากเป็นร้านที่พ่อแม่เคยมาเดทกันครั้งแรก และอาหารอร่อยดีและไม่แพงด้วย และเป็นเขตวัฒนธรรมเขาด้วย คือ เป็นร้านที่อยู่ติดกับโรงละครโนะ นั่นเองค่ะ </p><p>ดูสิคะอาจารย์ นั่นเด็กหนุ่มเพิ่งจบปริญญาตรีนะคะ ปิดวันหยุดปีใหม่ก็กลับไปอยู่กับพ่อกับแม่ และพามาร้านนี้ที่ตัวเองก็ยังไม่เคยมาด้วยซ้ำ แต่พ่อแม่แนะนำให้พาแขกต่างบ้านต่้างเมืองมาก็เชื่อพ่อแม่ แล้วก็พ่อแม่เขาก็มีน้ำใจช่วยคิดให้เสร็จว่า น่าจะโชว์ัวัฒนธรรมเขาหน่อย ร้านอาหารที่อยู่ในเขตโรงละครโนะ (คืออยู่ในโรงละครนั่นล่ะค่ะ compound เดียวกัน) อารมณ์ก็เหมือนกับร้านของโรงละครโอเปร่านั่นเอง มองออกไปก็มีลานน้ำเป็นบ่อ เป็นน้ำพุ เป็นอะไรต่ออะไรที่ดูเหมือนน่าจะแพงแต่กลับไม่แพงเลย ยังงงอยู่ว่าทำไม หรือว่าทางเมืองเขามา subsidized ก็ไม่ทราบ</p><p>สรุปว่า มาญี่ปุ่นแล้ว หนูได้ความรู้สึกเดียวกับอาจารย์เลยค่ะ แล้วก็รู้สึกหวาดเสียวกับวัฒนธรรมใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงเข้ามาเรื่อย ๆ อย่างเป็นธรรมดาของโลกด้วย หนูเสียดายจิตวิญญาณ และ ธรรมชาติของเขาน่ะค่ะ ลองใครถ้าได้สัมผัสความใสซื่อและธรรมชาติที่บริสุทธิ์ของเขาแล้ว รวมทั้งธรรมชาติรอบข้างที่สะอาด สงบ บริสุทธิ์ งดงาม ก็คงไม่อยากจะเสียตรงนั้นไปให้กับป่าคอนกรีต มลพิษ และจิตใจที่หยาบกระด้าง ชีวิตที่รวดเร็ววุ่นวายเช่นกันน่ะค่ะ</p><p> ฟังดูคุ้น ๆ ไหมคะ คล้าย ๆ เมืองไทยยังไงก็ไม่ทราบ อาจารย์ว่าไหมคะ เฮ้อ....(เผลอถอนหายใจหนอ)</p><p>สวัสดีค่ะ</p><p>ณัชร </p>